SNAPSHOT : LIT

LIT บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)

Company Background

เป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกนอกภาคสถาบันการเงิน (Non Bank) ที่สามารถสร้างโอกาสให้แก่ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ ได้พบอิสรภาพทางการเงิน ไม่ถูกยึดติดกับรูปแบบสินเชื่อแบบเดิมๆ ที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการแข่งขันทางธุรกิจ จนนำไปสู่การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันในระดับคู่ค้า (True Financial Partner) ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร (Total Financial Solution) ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเพื่อการจัดหาหนังสือค้ำประกันซอง (Bid Bond) สินเชื่อเพื่อเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต (L/C) สินเชื่อเพื่อจัดหาสินค้า/สนับสนุนโครงการ (Trade/Project Backup Financing) การให้สินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงิน (Leasing) การให้สินเชื่อสัญญาเช่าซื้อ (Hire Purchase) และสินเชื่อการรับโอนสิทธิเรียกร้อง (Factoring)

Key Development of Company

2006-2012            จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทและเริ่มต้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น Leasing, Hire Purchase, Factoring, Bid Bond และ Project Finance ออกสู่ตลาด

2014       บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

2017       เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท อีกจำนวน 100 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 200 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 300 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผลและใบสำคัญแสดงสิทธิ

2017       ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จำนวนไม่เกิน 160 ล้านหน่วย เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วน 5 หุ้น ต่อ 4 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ในราคาเสนอขายหน่วยละ 2.50 บาท อายุ 5 ปี โดยมีอัตราการใช้สิทธิเท่ากับ 2 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ หุ้นสามัญ 1 หุ้น และราคาการใช้สิทธิ 4.00 บาท โดยบริษัทฯ ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2017

2018       บริษัทได้เปิดบริษัทย่อย บริษัท ลิท เซอร์วิสแมเนจเมนท์ จำกัด เพื่อให้บริการวิเคราะห์สินเชื่อ

Business Plan

บริษัทฯ กำหนดทิศทางกลยุทธ์ประจำปี 2562 ภายใต้กรอบกลยุทธ์ระยะยาว 3 ปี (2561-2563) ดัง 3 แผนหลัก ดังนี้

แผนที่ 1 : มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนเฉลี่ย 10-20% โดยกำหนดเป้าหมาย 3 ข้อ มุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณการให้สินเชื่อแฟคตอริ่ง (Factoring) และสินเชื่อให้กู้ยืมเงิน (Project Backup Finance) ดังนี้

1) เป้าหมายการทำรายได้ไม่น้อยกว่า 499 ล้านบาท

2) เป้าหมายพอร์ตสินเชื่อไม่น้อยกว่า 2,930 ล้านบาท

3) เป้าหมายปริมาณการปล่อยสินเชื่อไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านบาท

แผนที่ 2 : การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

แผนที่ 3 : การบริหารจัดการความเสี่ยง ที่เน้นกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อวัตถุประสงค์ในการขอประเมินการจัดอันดับเครดิต (Credit Rating) โดยมีเป้าหมายให้สามารถถูกจัดอันดับไม่น้อยกว่า Investment Grade และเพื่อรองรับมาตรฐานการบัญชี TFRS9 ที่จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 มกราคม 2563

แนวทางการปรับกลยุทธ์การตลาด นั้น บริษัทฯ ได้จัดสรรทีมงานเพื่อบุกและรองรับการให้บริการในกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางดังต่อไปนี้

  1. มุ่งขยายงานโปรเจ็กต์ราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นกุญแจสำคัญของเรา
  2. มุ่งเน้นเจาะตลาดในกลุ่มฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตให้กับผู้ประกอบการ SMEs
  3. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเอกชนขนาดใหญ่ ด้วยการบริการที่รวดเร็วและยืดหยุ่น
  4. สร้างยอดขายการเติบโตจากฐานลูกค้าเก่าและรักษาฐานลูกค้าให้มั่นคง
  5. เดินหน้ารุกดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง พร้อมสร้างแบรนด์ ลีซ อิท ให้เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือ

Investment Highlight

  • บริษัทฯ มีลูกหนี้ภาครัฐกว่า 60% ของพอร์ตลูกหนี้ เพราะฉะนั้นจึงมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากภาครัฐอาจมีชำระล่าช้าแต่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้
  • บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงในเรื่องการกระจายตัวของพอร์ตสินเชื่อในแต่ละอุตสาหกรรมและการควบคุมวงเงินลูกค้ารายตัว (Single lending limit)
  • ในปัจจุบันภาครัฐมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโปรเจคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ ลีซ อิท มีลูกค้าที่มีลูกหนี้ราชการมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ธนาคารพานิชย์ปล่อยสินเชื่อให้ SMEs อย่างจำกัด เพราะฉะนั้น ลีซ อิท จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ทำให้บริษัทมีโอกาสในการเติบโตค่อนข้างสูง
  • คณะกรรมการและผู้บริหารของลีซ อิท เป็นผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจธนาคารและธุรกิจแฟคเตอริ่งเป็นอย่างดี

LITลุยปล่อยสินเชื่อโครงการรัฐ 

หนุนผลงานครึ่งปีหลังร้อนแรง

ทันหุ้น – บิ๊กบอส LIT “สมพล เอกธีรจิตต์” ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังโตแรง ลุยปล่อยสินเชื่อโครงการใหม่ภาครัฐ หวังปั๊มพอร์ตสินเชื่อปีนี้ขยายตัวแตะ 1.1 หมื่นล้านบาท ด้านหนี้เสียคาดต่ำกว่า 10%

นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ลีซอิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT  ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อธุรกิจเพื่อ SMEs เปิดเผยว่า บริษัทประเมินทิศทางธุรกิจและผลประกอบการครึ่งปีหลังปี 2562 จะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะครึ่งปีหลังเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ภาครัฐจะออกโครงการใหม่ เพื่อใช้งบประมาณปี 2562 ให้หมด ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ โครงการใหม่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 เป็นจำนวนมาก อีกทั้งลูกค้าจะมีความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อดำเนินธุรกิจรับงานในช่วงครึ่งปีหลัง

ปล่อยสินเชื่อใหญ่

ทั้งนี้บริษัทเริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีโครงการขนาดใหญ่ มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท และคาดทิศทางความต้องการของลูกค้า มูลค่าโครงการใหญ่จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะบางโครงการจะขยายการงานต่อ ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสจะปล่อยสินเชื่อให้กับลุกค้ารายเดิม หรือเพิ่มเงินลงทุนให้กับลูกค้ารายเดิมเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทคาดสัดส่วนลูกค้าจากภาครัฐปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 70% จากปีก่อนที่ 60% ส่วนลูกค้าภาคเอกชนอยู่ที่ 30% จากปีก่อนอยู่ที่ 40% ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทโฟกัสลูกค้าภาคเอกชน แต่เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ภาคเอกชนยังไม่ลงทุนในธุรกิจมากนัก

อีกทั้งปัจจัยภายในประเทศมีความชัดเจน เช่น เรื่องการเมือง คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ทำให้บริษัทมองว่าภาครัฐจะออกโครงการต่างๆเพื่อสร้างพื้นฐานภายในประเทศแข็งแกร่ง และส่งผลต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนจากสถาบันทางการเงิน และบริษัทที่เป็น Non Bank

พอร์ตแตะ 1.1 หมื่นล.

พร้อมกันนี้บริษัทคาดพอร์ตสินเชื่อรวมปีนี้จะทำได้ 1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไร รายได้จะเติบโตตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ หรือมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนพอร์ตลูกหนี้คาดจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท จาก 6 เดือนแรกบริษัทมีพอร์ตลูกหนี้แล้ว 2.7 พันล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ 60% สินเชื่อแฟคทอริ่ง 35% ส่วนที่เหลืออีก 5% เป็นลิสซิ่งและการออกหนังสือสัญญาค้ำประกัน

นายสมพล กล่าวต่อว่า ด้านหนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ปีนี้คาดจะต่ำกว่า 10% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 11-12% จากกการติดตามเจรจาหนี้สินของลูกค้าอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยมีนโยบายตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในสัดส่วน(Reserve) 6-7% ของยอดลูกหนี้คงเหลือสุทธิจากหลักประกัน

นอกจากนี้ มุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหา NPLs โดยมีการจัดตั้ง บริษัท ลิท เซอร์วิส แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อแยกธุรกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลสินเชื่อ(Credit Control) ให้สามารถวิเคราะห์และอนุมัติสินเชื่อได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ ก็เพื่อพัฒนาและยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลสินเชื่อของบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น