“โกลเบล็ก”แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” AU ราคาเหมาะสม 12.90 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS แนะนำ  “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”  AU ราคาเหมาะสม 12.90 บาทผลการดำเนินงานเติบโตตามการขยายสาขาสู่ 38 สาขา เทียบกับ 2Q61 และ 1Q62 ซึ่งมีสาขาเท่ากับ 30 สาขา และ 36 สาขา ตามลำดับ แม้ %GPM จะอ่อนตัวลงสู่ 64.4% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 67% เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ถูกชดเชยด้วย สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (%SG&A) ปรับตัวลงมาที่ระดับ 40% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ  51%  จากการเข้าสู่ช่วง Economies of Scale

นอกจากนี้ ยอดขายต่อสาขาเดิมในงวด 2Q62 ยังเติบโตกว่า 16.4%YoY ถูกหนุนจากยอดขายผ่าน Line man และ Grab (สัดส่วนรายได้ Take-away ใน 2Q62 เท่ากับ 29% เทียบกับต้นปีอยู่ที่ระดับ 10%) ส่งผลให้ 1H62 มีกำไร เท่ากับ 123ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105%YoY คิดเป็น 47% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 259ล้านบาท

ทั้งนี้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 62 สู่ 259 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32%) +75%YoY ซึ่งเราคาดว่าแนวโน้ม 2H62 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 2-3 สาขา ได้แก่ พัทยา ภูเก็ต และกทม.(ราชประสงค์) จังหวัดละ 1 สาขา อีกทั้งบริษัทยังมีแผนกระจายกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยการเพิ่มสาขาแบบ Pop-up stores (ร้านค้าขนาดเล็ก ไม่ได้จัดตั้งถาวร) ซึ่งได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี มีรายได้ราว 5-6 หลักต่อสาขาต่อวัน ปัจจุบันมีการตั้งสาขาอยู่ที่ MRT-สวนจตุจักร และ MRT-เพชรบุรี

นอกจากนี้ คาดว่า 3Q62 ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ แม้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนจากยอดซื้อสินค้ากลับบ้าน (Take-Away) ของ Grab และ Line Man ที่โตแรง ขณะที่ ทิศทางของ %GPM ยังเติบโตดีขึ้นตามยอดของ Take-away และสาขา Pop-up stores ที่มีมาร์จิ้นดีกว่ารายได้ประเภทอื่นๆ โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 62 สู่ 259ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32%) +75%YoY หลังจากที่กำไร 1H62 เท่ากับ 67% ของประมาณการกำไรเดิม นอกจากนี้ เรายังปรับสมมติฐาน %SG&A ลงมาที่ระดับ 40% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 44% ประกอบกับปรับเพิ่ม SSSG มาที่ระดับ 10% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 5%

ส่วนสาขาที่ฮ่องกงจะเป็นสาขาแรกในต่างประเทศในรูปแบบของแฟรนไชส์ภายหลังผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเตรียมประกาศการถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงเริ่มคลี่คลายลง จึงเชื่อว่ากำหนดการเปิดสาขาแรกยังคงเป็นไปตามเดิม คือ ช่วงก่อนวันคริสต์มาส (4Q62)

ขณะที่บริษัทจะมีรายได้จากการขายแฟรนไชส์จาก 3 ส่วน คือ 1) Initial Fee 2) Royalty Fee และ 3) ซื้อวัตถุดิบกับบริษัท โดยมีอายุสัญญา 5 ปี และมีระบุขั้นต่ำในการขยายสาขาไม่น้อยกว่า 5 แห่ง ทั้งนี้ รายได้จากแฟรนไชส์จะเป็นอัพไซต์ของประมาณการกำไรปี 62

ดังนั้นปรับเพิ่มราคาเหมาะสมสู่ 12.90 บาท (จากเดิม 9.20 บาท) แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”: เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมสู่ 12.90 บาท (จากเดิม 9.20 บาท) เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี DCF โดยใช้  WACC เท่ากับ 9% และ Terminal Growth เท่ากับ 5.5% คำนวณได้ราคาเหมาะสม 12.90 บาท อย่างไรก็ดี ราคาปัจจุบันยังสูงกว่าราคาเหมาะสม จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”