คลายกังวลเศรษฐกิจถดถอย

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดได้รับแรงหนุนจาก 1.การเจรจาการค้ามีความคืบหน้า โดยจีนประกาศจะเดินทางไปเยือนกรุงวอชิงตัน ต้นเดือนหน้า เพื่อเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน และในเดือนนี้เจ้าหน้าที่ระดับล่างจะมีการเจรจาอย่างจริงจังเพื่อปูทางสู่การเจรจาของผู้แทนระดับสูงต่อไป 2.ตลาดคลายกังวลเศรษฐกิจถดถอย หลังรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ระบุว่า เศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลางและภาคธุรกิจยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ สอดคล้องกับรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน รวมถึง ISM นอกภาคการผลิตที่ออกมาดีกว่าคาด3.ตลาดคลายความกังวลกับการที่สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษอนุมัติร่างกฎหมายป้องกันการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลง (No-deal Brexit)

อย่างไรก็ดียังมีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯบางตัวเช่น ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ เดือน ก.ค. ซึ่งสะท้อนการใช้จ่ายโดยรวมขยายตัว2.0% น้อยกว่าเดือนก่อน รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมอาวุธและเครื่องบินซึ่งสะท้อนการใช้จ่ายภาคธุรกิจยังขยายตัวน้อยกว่าเดือนก่อนหน้า ดังนั้นเราคาดว่า Fed จะยังคงพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของ Fed 17 -18 ก.ย. นี้

ส่วนประเด็นในประเทศ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน ส.ค. อยู่ที่ 73.6 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน หากพิจารณาดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือน ก.ค. สามารถพลิกมาขยายตัว 0.5% MoMคาดรัฐบาลใช้มาตรการระยะสั้นด้านภาษีเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศต่อเนื่อง ส่วนมาตรการระยะยาวมองว่ามาตราการส่งเสริมการลงทุนของ BOI เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในเขตอีอีซี หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างชาติมาลงทุนได้ จะช่วยดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาได้เช่นกัน

มองกรอบการเคลื่อนไหวSET Index สัปดาห์นี้ที่1,650 -1,680 จุด โดยปัจจัยผลักดันมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจาก ECB (ประชุม 12 ก.ย.), Fed (ประชุม 17-18 ก.ย.), และรัฐบาลทั่วโลกเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงการชะลอตัวจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ทั้งนี้ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน เราแนะนำให้แบ่งขายทำกำไรและถือเงินสด 15-20% ที่บริเวณ 1,660-1,680 จุด เพื่อประเมินผลลัพธ์การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน

กลยุทธ์การลงทุน ถือครองเงินสด 15-20% ของพอร์ท เลือกหุ้นกลุ่มที่แข็งกว่าตลาด ดังนี้

1) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ CPALL AMATA BTS ORI TFFIF

2) กลุ่มปันผลสูง JASIF LH TISCO TCAP

3) กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากการแข่งขันลดลง (รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด) TRUE DTAC ADVANC INTUCH

4) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก IMO 2020 TOP PRM BGC

5) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนฟื้น AOT ERW MINT CENTEL

6) ปัจจัยเฉพาะตัว CPF GUNKUL TPCH JWD JAS SAWAD OSP TKN

7) Pair trade (Long INTUCH/Short ADVANC) หลังส่วนลดต่อ NAV สูงถึง 23% เทียบค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15%

ติดตามประเด็นเศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์นี้ วันอังคารจีนจะมีรายงานตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค (CPI) และฝั่งผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนส.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 2.7% และ -0.9% YoYตามลำดับ วันพุธติดตามรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับน้ำมันของกลุ่ม OPEC วันพฤหัสฯติดตามการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ส่วนฝั่งสหรัฐฯจะมีรายงานตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ตลาดคาดการณ์ที่ 0.1% MoM