“กลุ่มสื่อสาร” โบรกมองบวกต่อภาพรวมอุตฯ ชี้เป็นหุ้นปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เพิ่มน้ำหนักการลงทุน “กลุ่มสื่อสาร” เป็น Overweight โดย Top Pick เป็น INTUCH ทั้งนี้ ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “Overweight” จากเดิม “Neutral” จากภาพอุตสาหกรรมที่เป็นบวกมากขึ้น โดยเราคาดกำไรปกติของกลุ่มปี 2562 39.7+ % Y-Y (ฐานปี 2561 ต่ำโดยเฉพาะ DTAC และ TRUE) และคาดโตต่อเนื่องอีก 12.6+% Y-Y ในปี 2563 นอกจากนี้ เรายังปรับให้ราราเหมาะสมปี 2563 โดย ADVANC เท่ากับ 260 บาท, DTAC 68 บาท, TRUE 7 บาทละ INTUCH 68 บาท เราเลือก INTUCH เป็น Top pick จาก Valuations ที่น่าสนใจที่สุด โดย discount จาก NAV ของ ADVANC 25% มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 20% และให้ Dividend yield สูงที่สุดในกลุ่มราว 4.3-4.6% ต่อปี และถือเป็นแหล่งพักเงินที่ดีท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจโลกจากทั้งประเด็นสงครามการละ Brexit

ความเคลื่อนไหวของหุ้น INTUCH ปิดเช้าอยู่ที่ 66.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 531.62 ล้านบาท

มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการแข่งขันของกลุ่ม Mobile Operator ในช่วงครึ่งปีหลัง 2562 ที่คาดว่ายังลดความรุนแรงลงต่อเนื่องหลังทุกรายถอน Fixed-Speed Unlimited Package ออกจากตลาด ทำให้ ARPU และรายได้กลับมาเติบโต ในอัตราเร่งตั้งแต่ Q2/62 ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งแย่งชิง Market Share

ขณะที่การประมูล 5G ในอนาคต คาดจะไม่กดดันผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะเหมือนยุค 4G จากทั้งปริมาณคลื่นในมือปัจจุบันของผู้ให้บริการแต่ละรายที่มากพอสมควร รวมถึงโครงข่าย 5G จะเป็นการทยอยลงทุน

นอกจากนี้ ปริมาณคลื่นใหม่ที่นำมาประมูลมี Bandwidth มากกว่าในอดีตอย่างมีนัยยะ ทำให้ทั้งในแง่ราคาและเงื่อนไขการชำระเงินคาดว่าจะผ่อนคลายขึ้นอย่างมาก ซึ่งจากภาพที่ค่อนข้างเป็นบวก เราจึงปรับเพิ่มน้าหนักการลงทุนเป็น Overweight โดยยังคงเลือก Top Pick เป็น INTUCH

**การแข่งขันลดความรุนแรงเอื้อต่อการทำกำไร
ฝ่ายวิจัย มีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2562 ของกลุ่ม Mobile Operator ที่คาดเห็นการเติบโต H-H และ Y-Y โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการแข่งขันที่เริ่มเห็นสัญญาณลดรุนลงตั้งแต่ Q2/62 หลังทุกรายถอน Fixed-Speed Unlimited Package ออกจากตลาด ซึ่งส่งผลบวกให้ ARPU ของอุตสาหกรรมเฉลี่ยปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยยะ +1.7% Q-Q, +3.5% Y-Y และรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เติบโตในอัตราเร่ง +3.1% Q-Q และ Y-Y

นอกจากนี้รวาม Aggressive ของ TRUE ในการแย่งชิง Market Share ที่ลดลงหลังปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 28.9% ใน Q2/62 (ใกล้เป้าหมาย 1 ใน 3 ของตลาด( จากราว 15% ในช่วงปี 2555 ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมในระยะถัดไปอย่างชัดเจน และสะท้อนให้เห็นว่าแต่ละรายให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากขึ้น หลังผ่านช่วงลงทุนหนังในยุค 4G ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมามากกว่าที่เน้นแย่งชิง Market Share อย่างในอดีต

**การประมูล 5G ปีหน้าคาดไม่กดดันอย่างยุค 4G
มีมุมมองที่ผ่อนคลายมากขึ้นอย่างมีนัยยะต่อการประมูล 5G ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วในช่วง ครึ่งปีแรก 2563 ทั้งในแง่ของราคาที่จะไม่สูงเช่น 4G และระยะเวลาการชำระค่าคลื่นที่ผ่อนคลายมากขึ้น โดยหลังจาก Mobile Operator ได้คลื่นความถี่เพิ่มราว 60-70 MHz ในการประมูล 4ฌ ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทำให้แต่ละรายมี Bandwidth ในมือราว 130-140 MHz ซึ่งมากพอสมควร

ประกอบการลงทุนโครงข่าย 5G จะเป็นการทยอยลงทุนตามความการให้งานและ Use Case เป็นหลัก ไม่ใช่ลักษณะปูพรมทั้งประเทศในระยะเวลาสั้น ทำให้ไม่ได้ต้องการคลื่นความถี่อย่างเร่งด่วนยุค 3G และ 4G ขณะที่คลื่นความถี่ที่จะประมูลในอนาคตทั้ง 700/1800/2600/3500/26000 MHz มีปริมาณ Bandwidth มากกว่าในอดีตอย่างมีนัยยะ ซึ่งหมายถึงอุปทานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ กสทช. ยังมีแนวคิดให้ประมูลคลื่นก่อน และค่อยชำระค่าคลื่นในปี 2564-2565 ซึ่งเป็นบวกต่อกระแสเงินสดและฐานะการเงินของผู้ให้บริการ เราจึงคาดว่าต้นทุนความพี่ใหม่ๆ จะไม่กดดันผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในปี 2559-2561 ซึ่งเป็นบวกต่อกระแสเงินสดและฐานะการเงินของผู้ให้บริการ เราจึงคาดต้นทุนคลื่นความถี่ใหม่ๆ จะไม่กดดันผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะเช่นเดียวกับทที่เกิดขึ้นในปี 2559-2561

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon
www.thunhoon.com