‘KWM’ตบเท้าสู่ฤดูกาลเกษตร งบโค้งท้ายพีค-ส่งโปรดักส์ทำเงิน

ทันหุ้น – KWM ใส่เกียร์ลุยงานตามแผน ชี้ผลงานไตรมาส 4 พีคสุด เข้าช่วงฤดูทำเกษตรกรรม หนุนยอดขายพุ่งขึ้น เตรียมส่งโปรดักส์ใหม่ลงตลาดรับทรัพย์เพิ่ม เชื่อผลงานปีนี้ฉลุยตั้งเป้าโต 10% จากปีก่อน แย้มรอนโยบายรัฐหนุนภาคเกษตรพร้อมลุยผลิตสินค้าเต็มที่

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร ได้แก่ ใบผาล โครงผาล ใบเกลียวลำเลียง และใบดันดินเปิดเผยว่า บริษัทมองภาพธุรกิจครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 4 คาดจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงฤดูการทำเกษตรกรรม ทำให้บริษัทมีโอกาสจะขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้มากขึ้นในช่วงดังกล่าว

รอนโนบายภาครัฐ

ขณะที่ในไตรมาส 3/2562 เป็นช่วงฤดูฝน คาดว่าการจำหน่ายสินค้าอาจจะทรงตัวจาไตรมาส 2 ที่ผ่านมา อีกทั้งบริษัทยังติดตามนโยบายจากภาครัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่าจะมีนโยบายสนับสนุนภาคการเกษตรอย่างไร หากมีนโยบายสนับสนุน บริษัทเตรียมพร้อมจะผลิตสินค้าเพื่อรองรับนโยบายและการเติบโต

ส่วนแผนการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าตามแผน โดยพร้อมบริษัทเตรียมจะนำสินค้าเครื่องผสมปุ๋ยลงตลาดเพื่อจำหน่ายภายในเดือนนี้ หลังจากบริษัททดสอบระบบเรียบร้อยแล้ว ส่วนสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องจักรบำบัดน้ำเสียภายในโรงงานเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเครื่องบำบัดน้ำเสียให้ลูกค้าที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ทดสอบการใช้งาน คาดจะรู้ผลเร็วๆ นี้ โดยบริษัทคาดจะมียอดขาย 1 เครื่อง มูลค่า 60 ล้านบาท หากจำหน่ายให้กับลูกค้าแรกได้แล้ว คาดจะมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากโรงงานอื่นๆ อีก 18 โรงงาน หากบริษัทสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตามแผน คาดจะช่วยผลักดันให้ภาพรวมยอดขายในปีนี้เติบโตได้ในระดับที่ดี

ยอดขายผ่านฉลุย

ขณะเดียวกันบริษัทคาดยอดขายในปีนี้จะเติบโตได้ในระดับ 10% จากเดิมตั้งเป้าโต 20% เพราะเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ประกอบการประเทศไทยยังประสบปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้ยอดขายสินค้ายังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการจำหน่ายสินค้าให้กับคู่ค้าหลัก 80% อย่าง บริษัท สยาม คูโบต้า จำกัด ทั้งนี้คูโบต้า ตั้งเป้าการเติบโต 10% บริษัทจะเติบโตไปตามลูกค้าด้วยเช่นกัน

ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะมาจากการจำหน่ายสินค้าของภาคเอกชน ซึ่งมีอัตรากรรเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องกำลังการผลิตเต็ม 100% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ส่วนกำลังการผลิตทั้งหมดบริษัทคาดจะผลิตสินค้าได้ 3-4 แสนตันต่อปี สำหรับการจำหน่ายสินค้าให้กับภาคเอกชน คาดปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งครึ่งปีแรกปีนี้บริษัททำยอดขายได้แล้ว 10 กว่าล้านบาท จากปีก่อนทั้งปีทำได้ที่ 8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามบริษัทมองภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของภาคการเกษตรของประเทศไทย ที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเป็นสินค้าวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมหลากหลาย และบริษัทยังมีลูกค้าหลักที่บริษัทได้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้ากำหนด