BEM-GUNKUL- BJC 3หุ้นฝ่าวิกฤติถือข้ามปี

ทันหุ้น – ชำแหละหุ้นมีปัจจัยเฉพาะตัว สามารถถือฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจทั้งใน-นอกประเทศ  กูรูประสานเสียง 3 หุ้นปลอดภัยทยอยลงทุนข้ามปี BEM, GUNKUL, BJC ขณะที่ CPALL, AMATA, INTUCH, CHG, BDMS, และ BTS รอจังหวะย่อก่อนรับ

ทีมงาน “หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น” รวบรวมหุ้นที่สามารถต้านทานกระแสสงครามการค้า ที่จะนำไปสู่การร่วงลงของเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทย จากมุมมอง “นักวิเคราะห์” บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) , บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด, และ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด

พบว่า หุ้นที่น่าสนใจและสามารถซื้อสะสมได้ทันทีมี 3 บริษัทจดทะเบียน ด้วยกันประกอบด้วย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBEM, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจโลก น่าจะยังคงได้รับแรงกดดันจากสภาวะสงครามการค้าที่ยังคงยืดเยื้อ กดดันภาคการส่งออก รวมถึงศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ จึงควรเน้นการลงทุนหุ้นที่มีศักยภาพการขยายตัวแข็งแกร่ง ลักษณะธุรกิจอิงกับการบริภาคภายในประเทศเป็นหลัก ที่สำคัญต้องเน้น “เลือกรายตัว” ที่มีปัจจัยเด่นเฉพาะเป็นกลยุทธ์หลัก แนะนำ “ซื้อ” BEM, GUNKUL, และ BCH ขณะเดียวกันแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” CPALL ราคาเหมาะสม 90 บาท, BJC ราคาเหมาะสม 58 บาท,  ANATA  ราคาเหมาะสม 28 บาท, INTUCH ราคาเหมาะสม 67 บาท, และ CHG ราคาเหมาะสม 2.70 บาท

@ BEM ส่วนต่อขยายหนุนรายได้

โดย BEM คือหุ้นกลุ่มขนส่งที่มี ปัจจัยเด่นเฉพาะตัว จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-หลักสองเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2562 ที่จะหนุนให้ผู้โดยสารเฉลี่ยปรับขึ้นจากปัจจุบันที่ 3.2 แสน เป็น 4 แสนคนต่อวัน  ปัจจุบันอัตราค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 25 บาทต่อเที่ยว ซึ่งจะหนุนศักยภาพทำกำไรปี 2563 อย่างมีนัยสำคัญ  เบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรปกติทั้งปี 2562 ของ BEM ที่ 3,660 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 17.23% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ทำได้ 3,122 ล้านบาท  ราคาเหมาะสมที่ 11.70 บาท

@ GUNKUL ครึ่งปีหลังโตเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า GUNKUL มีปัจจัยบวกสำคัญในครึ่งหลังของปี 2562 จากการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าอีก 3 แห่งทั้งใน-ต่างประเทศ กำลังการผลิตรวมที่ 51 เมกะวัตต์ (MW) นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนการเพิ่มการรับงานก่อสร้าง (EPC) ด้วยการเข้าประมูลโครงการขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้าจำนวนมากในครึ่งหลังของปี 2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่ม backlog จากที่อยู่ในระดับ 7.1 พันล้านบาทให้สูงขึ้น ให้ราคาเหมาะสม 3.36 บาท อีกทั้งยังแนะนำ CPF, TPCH, MINT, PTT, JWD, AOT, COM7

@ BJC เปิดสาขาปั๊มยอดขาย

ด้านนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุ BJC ในครึ่งปีหลังจะมีปัจจัยบวกจากแผนกระตุ้นของภาครัฐฯ, การเพิ่มสาขาใหม่ๆ จากปัจจุบันที่มีสาขาขนาดใหญ่อยู่ที่ 147 สาขาใน , ขณะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตมี 61 สาขา, และ 835 สาขาของ Mini Big C – สาขา Pure อีก 140 สาขา และคาดว่าจะมียอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ราคาเหมาะสม 59 บาท

ขณะเดียวกันแนะนำ CPALL ราคาเหมาะสม 92 บาท, กลุ่มขนส่งเลือก  BEM ราคาเหมาะสม 11.40 บาท, BTS ราคาเหมาะสม 13 บาท กลุ่มโรงพยาบาล เลือก BDMS ราคาเหมาะสม 29 บาท รวมทั้งหุ้นในพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์, กองรีท, และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอาทิ QHPF, CPNREIT, WHART, EGATIF, JASIF, DIF, TFFIF เป็นต้น