NWRคว้างานใหม่หมื่นล. เติมพอร์ตรับรู้รายได้ยาว

ทันหุ้น – NWR คว้างานใหม่ล่าสุดกว่า 1 หมื่นล้านบาท พร้อยเดินหน้าเข้าประมูลงานเพิ่มในครึ่งปีหลัง อีกกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท หวังได้งาน 15% มั่นใจทิศทางไตรมาส 3/2562 ส่งสัญญาณที่ดีขึ้น และเติบโตดีสุดไตรมาส 4/2562 เล็งรับรู้รายได้งานในมือปัจจุบันอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท หวังหนุนรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท

นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือNWR เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รับงานใหม่ ได้แก่ งานประเภทโรงไฟฟ้า, งานโครงการสายไฟฟ้าลงดิน และงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่ มูลค่าราว 43,000 ล้านบาท

*ประมูลงานใหม่เติมพอร์ต

อาทิ โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3, โครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งบริษัทมองหาโอกาสการเข้าไปรับงาน ซึ่งไม่ได้เข้าประมูลเองโดยตรง นอกจากนี้ยังมีงานประเภทรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน, รถไฟไทย-จีน และโครงการถนนต่างๆ และงานก่อสร้างอาคาร เป็นต้น โดยปกติบริษัทคาดว่าจะได้รับงานประมาณ 15% และในปีนี้หลังจะมีความชัดเจนการเมือง คาดว่าจะมีปริมาณงานออกมาเพิ่มมากขึ้น และมีโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่เดินหน้าต่อ

ซึ่งหากปริมาณงานการก่อสร้างออกมาเป็นจำนวนมาก ก็จะส่งผลบวกต่อบริษัทเนื่องจากเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาทุกประเภท อย่างไรก็ตามคาดว่างานจะเริ่มทยอยเข้ามาในช่วงปลายปี 2562 ไปถึงปี 2563 ที่จะมีภาพที่ชัดเจนขึ้น

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทยังมีงานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่าราว 13,000 ล้านบาท (ยังไม่รวมงานใหม่ที่ได้มา 1 หมื่นล้านบาท) คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 55% ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกการส่งหมอบงานมีความล่าช้า ทำให้รายได้ในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้เติบโตมากนัก แต่จะเริ่มรับรู้รายได้มากขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2562 และไตรมาส 4/2562 มากที่สุด ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป

*รายได้ปีนี้แตะหมื่นล้าน

ด้านภาพรวมรายได้ปี 2562 บริษัทคาดว่าจะเติบโต ใกล้เคียงกับปีก่อน ที่มีรายได้ 10,444.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 418.04 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างปีนี้จะอยู่ที่ 85 % ขณะที่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะอยู่ราวที่ 500 ล้านบาท หรือประมาณ 8% ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้อื่นๆ อาทิ ธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต และธุรกิจร้านอาหาร

สำหรับธุรกิจงานอสังหาริมทรัพย์ บริษัทถือว่าได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (LTV) ส่งผลให้บริษัทปรับเป้ารายได้ปีนี้เหลือ 500 ล้านบาท จากเดิมคาดอยู่ที่ 800 ล้านบาท แต่มองว่ากลุ่มลูกค้าหลังจากนี้จะเป็น เรียวดีมานด์ ซึ่งจะดีต่อธุรกิจอสังหาในระยะยาว

ด้านการลงทุน บริษัทได้เริ่มก่อสร้าง โครงการ  Apen condo Lasalle Phase เฟส C มูลค่าโครงการประมาณ 820 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายราว 20% และก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนในช่วง ไตรมาส 4/2563 โดยปกติจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 14 – 20 เดือน