SNAPSHOT : QTC

Company Background

บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (Made to Order) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “QTC” และเครื่องหมายการค้าของลูกค้า โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์หม้อแปลงไฟฟ้าของบริษัทฯ สามารถแบ่งได้เป็น

  1. หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย (Distribution Transformer)

1.1        หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายแบบน้ำมันชนิดปิดผนึก

1.2        หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายแบบน้ำมันชนิดตัวถังเปิด

  1. หม้อแปลงไฟฟ้าระบบกำลัง (Power Transformer)
  2. หม้อแปลงไฟฟ้าแบบแห้ง (Cast Resin Transformer)
  3. Super Low Loss Transformer (Amorphous Metal Distribution Transformer : AMDT)
  4. หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดพิเศษ (Special Transformer) จะออกแบบและผลิตตามการใช้งานและคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการเช่น Earthing Transformer, Unit Substation , Pad mounted เป็นต้น

Key Development of Company

2554       บริษัทฯ ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

2555       บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการความร่วมมือในการผลิตหม้อแปลง Amorphous Metal Distribution Transformer(AMDT) กับ Hitachi Metals Japan

2559       บริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อย QTC-GP เพื่อลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก

2560       บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บจ.แอล โซลาร์ 1 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บจ. คิว โซลาร์ 1

2562       บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 341,092,557 บาท

Business Plan

บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงระดับสากล (World Class) โดยมุ่งเน้น การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของหม้อแปลงไฟฟ้าของบริษัทฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีความมุ่งเน้นที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มประเทศ ASEAN Economic Community   ด้านการวิจัยและพัฒนา บริษัทได้คิดค้นพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาวะโลกร้อน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

Investment Highlight

บริษัทฯ ยังตระหนักถึงความมั่งคงและยั่งยืนขององค์กร จึงได้ขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจพลังงาน มองหาโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมต่อยอดธุรกิจขึ้นไป โดยปี 2560 บริษัทเริ่มลงทุนในธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้า Solar Farm ขนาด 8 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดปราจีนบุรี และยังคงเดินหน้าหาโอกาสในการลงทุนต่อไป

Risk Factor

  1. ความเสี่ยงด้านความไม่สม่ำเสมอของรายได้และการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่

บริษัทฯ มีรายได้จากการประมูลขายหม้อแปลงไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าภาครัฐวิสาหกิจ คิดเป็นประมาณร้อยละ 25-30 ของรายได้จากการขายรวม มีสัดส่วนที่สูงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ หากต้องสูญเสียลูกค้าดังกล่าว ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้เน้นการขยายฐานลูกค้าที่เป็นเอกชนมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พิจารณาเพิ่มความหลากหลายของประเภทผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

  1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ

วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า ได้แก่ เหล็กซิลิกอน ลวดกลมอาบน้ำยา และ Copper Foil หากต้นทุนราคาวัตถุดิบมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นของ บริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ มีนโยบายในการกำหนดราคาสินค้าจากต้นทุนบวกกำไรขั้นต้นที่เหมาะสม และติดตามความเคลื่อนไหวของวัตถุดิบในตลาดโลกตลอดเวลาเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว

  1. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

บริษัทฯ มีทั้งการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายต่างประเทศ บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันความเสี่ยง โดยบริษัทฯ พิจารณาป้องกันความเสี่ยงด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) ตามสถานการณ์และความจำเป็น นอกเหนือจากนี้แล้ว ในการขายหม้อแปลงไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าต่างประเทศนั้น ฝ่ายขายจะคำนวณราคาหม้อแปลงไฟฟ้าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ได้บวกเพิ่ม (Mark up) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ในระดับหนึ่ง

  1. ความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจอื่น

บริษัทฯ เริ่มทำการลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผ่านการดำเนินงานของบริษัท คิวทีซี โกบอล เพาเวอร์ (จำกัด) : QTCGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ธุรกิจด้านพลังงานเป็นธุรกิจซึ่งบุคลากรส่วนใหญ่ของบริษัทไม่มีความถนัด บริษัทฯ จึงได้สรรหาผู้มีความรู้ความสามารถและว่าจ้างที่ปรึกษาเฉพาะทางเพื่อศึกษารายละเอียดโครงการ และศึกษาผลกระทบต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นเห็นชอบก่อนการตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อบริหารความเสี่ยงในธุรกิจใหม่ โดยการซื้อประกันความเสี่ยงในการลงทุน และมีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

‘QTC’จ่อเซ็นงานใหม่300ล้าน ลุยขายสินค้าทำเงิน-ลุ้นงบนิวไฮ

ทันหุ้น – “พูลพิพัฒน์ ตันธนสิน” บิ๊กบอส QTC แย้มเตรียมจรดปากกาเซ็นสัญญารับงานใหม่ 300 ล้านบาท ดัน Backlog สิ้นปีทะลุ 500 ล้านบาท เน้นขายสินค้า Smart Transformer และSuper Low Loss Transformer ตั้งเป้าโกยยอด 50 ล้านบาท การันตีผลงานปีนี้เข้าเป้า 1.2 พันล้านบาทพร้อมทำนิวไฮ

นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตจัดจำหน่ายและให้บริการหม้อแปลงไฟฟ้าพร้อมบริการด้านเทคโนโลยีที่ครบวงจรในอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่มีคุณภาพระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทคาดจะมีข่าวดี จากการเซ็นสัญญารับงานผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงให้กับการไฟฟ้านครหลวงเร็วๆ นี้ มูลค่าราว 300 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้งานในมือ(Backlog) สิ้นปีเพิ่มขึ้นเกิน 500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ 530 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจากราชการจำนวน 280 ล้านบาท งานเอกชนจำนวน 110 ล้านบาท และงานต่างประเทศจำนวน 140 ล้านบาท และจะเริ่มทยอยส่งมอบสินค้าได้ตั้งแต่ช่วงที่เหลือต่อจากนี้ งานใหม่ดังกล่าวจะเข้ามาเติม Backlog เพื่อผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าในลำดับถัดไป

ลุยขายสินค้าทำเงิน

ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นจำหน่ายสินค้า Smart Transformer หรือ ระบบอัจฉริยะที่ติดตามการทำงานของหม้อ แปลงที่สามารถตรวจเช็คข้อมูลของหม้อแปลงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ Super Low Loss Transformer หม้อแปลงที่ ประหยัดพลังงานในการจ่ายไฟฟ้า โดยบริษัทร่วมมือกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสินค้าทั้ง 2 กลุ่มจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพในการจำหน่ายสินค้าได้ดีขึ้น ทั้งนี้ตั้งเป้าจะมียอดขายสินค้า ดังกล่าวในปีนี้ราว 40-50 ล้านบาท

“Smart Transformer จะช่วยลดต้นทุนในการบำรุงรักษา เช่น หม้อแปลงที่ฝังชิปติดตั้งอยู่ที่ขอนแก่น เราสามารถมอนิเตอร์ดูได้ว่าการทำงานหม้อแปลงตัวนั้นปกติหรือไม่ อย่างไร ส่วน Super Low Loss Transformer จะช่วยประหยัดการจ่ายไฟในหม้อแปลงนั้นๆ ซึ่งหม้อแปลงตัวนี้จะช่วยให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ประหยัดไฟจากหม้อแปลงตัวนี้ได้” นายพูลพิพัฒน์ กล่าว

ดันผลงานโตเด่น

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ บริษัทจะเน้นผลักดันผลประกอบการให้เติบโตสูงขึ้นจากครึ่งปีแรก รวมถึง การเข้าประมูลที่คาดว่าภาครัฐ เอกชน ซึ่งจะเข้าประมูลต่อเนื่อง หลังจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา โครงการประมูลงานใหม่ถูกเลื่อนมาใน ปีนี้หลายโครงการ โดยบริษัทประเมินมูลค่าการประมูลรวมกว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งปริมาณความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นตามการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐทั้งจากโครงการ EEC และรถไฟฟ้า

นายพูลพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า บริษัทมั่นใจรายได้รวมในปีนี้จะทำได้ 1.2 พันล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากธุรกิจผลิต และจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า 1 พันล้านบาท ธุรกิจพลังงาน 2 ล้านบาท และคาดกำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) หลังจาก 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัททำกำไรได้แล้ว 119.04 ล้านบาท จากที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสูงสุดอยู่ที่ราว 120 ล้านบาท

อีกทั้งจะเน้นการส่งออกมากขึ้น เพราะเป็นการเพิ่มมาร์จิ้นให้กับบริษัท และที่ผ่านมาบริษัทได้งานเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัททำการส่งออกสินค้าจำหน่ายมาแล้ว 4-5 ปี ขณะเดียวกันบริษัทยังได้งานจากประเทศที่จำหน่ายมายาวนานกว่า 10 ปี คือประเทศออสเตรเลีย รวมไปถึงแอฟริกา และยุโรป โดยบริษัทมีกำลังการผลิตปัจจุบันที่สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าได้ถึง 500-600 เครื่องต่อเดือน และคาดจะเพียงพอกับการรองรับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) ที่มีเข้ามา ส่วนตลาดการจำหน่ายหม้อแปลงในประเทศ คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น