PTTชงบอร์ดฉีดงบลงทุน มีลุ้นปันผลระหว่างกาล

ทันหุ้น-PTT เตรียมชงบอร์ดวางงบลงทุน 5ปี(2563-67)ในเดือนธ.ค. นี้  เผยปีนี้ตั้งงบลงทุน1.03 แสนล้านบาท ประเมินราคาน้ำมันปีนี้ที่ 58-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นที่ 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนการจ่ายปันผลระหว่างกาลคาดชัดเจนเร็วๆนี้  ฟากโบรกประเมินกำไรQ3/62 ฟื้นตัว ประเมินกำไรทั้งปีที่ 1.1 แสนล้านบาท ชี้เป้า 52 บาท

นางสาวพรรณพร ศาสนนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTTเปิดเผยว่าบริษัทเตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด) สำหรับงบลงทุน 5 ปี (2563-2567)ในช่วงเดือนธันวาคม จากปัจจุบันที่ตั้งงบลงทุน5ปี  (2562-2566) วงเงิน 200,311 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับการลงทุนด้านTransmission,Natural Gas,PTTLNG,Other InfrastructureและOther JV & wholly owned subs   โดยปีนี้จะใช้เงินลงทุนที่103,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 70,701 ล้านบาท จากลงทุนของ GPSC ในการเข้าซื้อGLOW  ซึ่งทำให้GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหญ่ขึ้นเป็นอันดับ 4 ประเทศ

มองราคาน้ำมัน58-68 ดอลลาร์

ทั้งนี้ในด้านมุมมองราคาน้ำมันคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 58-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดคาดว่าลดลงต่อเนื่องจากความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC และมาตรการคว่ำบาตรระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านและเวเนซุเอลา แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยบวกเรื่องของการมาตราการ IMO ปี 2563 ที่เป็นข้อกำหนดในการลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์หรือกำมะถันให้ เหลือ0.5% จากปัจจุบัน 3.5% เพื่อลดมลพิษทางอากาศนั้นซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่ทำให้ความต้องการน้ำมันดีเซลสูงด้วยเช่นกัน

ส่วนค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์ในปี 2562 คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.0-5.0 ดอลลาร์ต่อต่อบาร์เรล ปรับลดลงจากปี 2561 แต่เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ 3.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  เนื่องจากสถานการณ์การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และการเพิ่มขึ้นของอุปทานของโรงกลั่นใหม่  ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีทั้งกลุ่มโอเลฟินส์และกลุ่มอะโรเมติกส์น่าจะยังทรงตัวและยังประเมินทิศทางราคาได้ยาก เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามา

ล่าสุดที่มีการแจ้งการธุรกิจถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 11.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาปริมาณสำรอง (Reserves) ถ่านหินให้กับกลุ่ม SAR เนื่องจากปริมาณสำรองถ่านหินในแหล่งที่มีในปัจจุบันปรับลดลง โดยกำลังการผลิตที่ได้เข้ามาใหม่อยู่ที่ 10-12 ล้านตัน

ยืนยันจ่ายปันผลปกติ

ขณะที่ความคืบหน้าในการนำบริษัท น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง) แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะเป็นช่วงเวลาใด แต่หากยื่นไฟลิ่งแล้วคาดว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือก.ล.ต. จะใช้ระยะเวลาพิจาณรา 165 วันตามกฎเกณฑ์

ส่วนการจ่ายปันผลระหว่างการ ปตท.คาดว่าจะพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างการหลังจากที่บริษัทย่อยแล้วจ่ายปันผลแล้วเสร็จและจะเห็นความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ขณะที่โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 อยู่ระหว่างนำเรื่องเข้าให้คณะรัฐมนตรีหรือครม. พิจารณา

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 52 บาท – กำไรสุทธิ6เดือนปี 2562 ที่ประเมินไว้คิดเป็น 50% ของปริมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ประเมินไว้ที่ 1.1 แสนล้านบาท ลดลง 9%จากปีก่อน จุดแข็งของ PTT จากการเป็น Integrated Oil ซึ่งมีการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ดี ทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มพลังงาน ทำให้ให้คำแนะนำเชิงพื้นฐาน “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมของ PTT ไว้ที่ 52 บาท ด้วยวิธี Sum-of-the-part