BGCรุกฐานต่างแดน ปั๊มสินค้ามาร์จิ้นสูง จ่อปิดดีลซื้อกิจการ

ทันหุ้น – BGC ฉายภาพธุรกิจครึ่งปีหลัง2562มีแนวโน้มการเติบโตดีต่อเนื่อง จากครึ่งปีแรกรายได้โตกว่า 11.1% เทียบกับปีก่อน มุ่งเป้าผลิตสินค้ามาร์จิ้นสูง และลดต้นทุนการผลิตหนุนอัตรากำไร พร้อมขยายตลาดต่างประเทศเพิ่ม คาดเพิ่มสัดส่วนรายได้ในระยะ 5 ปีเเตะ 20% จากปีนี้คาดทำได้ 10 % ระบุอยู่ระหว่างศึกษาซื้อกิจการ ( M&A)

นาย ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ  บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ  BGC ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหาร และยา เปิดเผยว่า ทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง2562มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจเครื่องดื่ม  แม้ภาพรวมเศรษฐกิจ ไม่ได้มีการเติบโตมานัก จะเห็นได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ GDP ที่ปรับตัวลดลง แต่ในส่วนของกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ถือว่ายังมีการเติบโตที่ดี ซึ่งมีปัจจัยบวกจากสภาพอากาศที่ร้อน

รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต ช่วงที่เหลือมีแนวโน้มราคาที่ลดลง ทั้งราคาแก็สธรรมชาติ ที่ต่ำลงตามราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) และต้นทุนเศษแก้วที่ปัจจุบันราคาเหมาะสมไม่แพงจนเกินไป ประกอบกับบริษัทหันมาผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง อาทิ  อุตสาหกรรม อาหาร และเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น และจะมุ่งเน้นพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น

จ่อสรุปดิล M&A

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3/2562 จะมีการติดตั้งเครื่องจักร  เทคโนโลยี และระบบข้อมูลใหม่ ซึ่งบริษัทจะเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานที่จังหวัดราชบุรี  ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 400 ตันต่อวัน หรือคิดเป็น 84% ของกำลังการผลิต ภายในสิ้นปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 86% จากการผลิตสินค้าใหม่ที่ได้มีการทดลองผลิตไปในช่วงครึ่งปีแรกหลาย SKU  ทั้งนี้จะทำให้บริษัท มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 3,495 ตันต่อวัน

นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจและมองหาโอกาสในการ ขยายการลงทุนการซื้อกิจการ( M&A) ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตแก้วและบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร 5 ราย เบื้องต้นมองว่าอาจจะชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม ความเสี่ยง และโอกาสในการเติบโตอย่างละเอียด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน

รายได้ตามเป้า

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้ของ BGC แบ่งเป็น การผลิตสินค้าและจำหน่ายให้ผู้ประกอบการในประเทศ 91% และอีก 9% เป็นการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในแถบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อาทิ อินเดียว, ออสเตรเลีย เเละนิวซีเเลนด์ ฯลฯ รวมถึงในโซนยุโรป เป็นต้น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงออเดอร์หลักภายในประเทศ   ซึ่งบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในช่วง 5 ปี (2562 -2566 ) ต่อจากนี้ให้เพิ่มขึ้นมาที่ 20% จากปัจจุบันที่ประมาณ 7% ซึ่งคาดว่ายอดขายในปี 2562 จะเติบโตที่เพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 10% ภายในสิ้นปี

เคาะรายได้ตามเป้า

บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2562 เติบโตที่ 8-10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 10,400 ล้านบาท และตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นของปี 2562 ให้อยู่ที่ 16% จากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.1% สำหรับผลงานในช่วงไตรมาส 2/2562 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 2,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2562 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 5,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซึ่งมาจากรายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 16% โดยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเบียร์และ 2. รายได้จากกลุ่มเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ (Soft Drinks) ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% โดยส่วนใหญ่มาจากยอดขายภายในประเทศ 3. รายได้จากยอดขายกลุ่มส่งออกเติบโต 91%