‘หยวนต้า’ คาดกำไรบจ. Q4/62 กลับมาฟื้นตัว มองเชิงบวกต่อกลุ่มสื่อสาร-อาหาร-ค้าปลีก

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรบจ. Q4/62 กลับมาฟื้นตัว หลังจากกำไรสุทธิรวมของบจ. Q2/62 หดตัวแรง 18.3% QoQ และ -24.4% YoY มุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มสื่อสาร-อาหาร-ค้าปลีก

ในบทวิเคราะห์ ได้ระบุว่า คาดหวังการเติบโตสูงใน Q4/62 กำไรสุทธิรวมในครึ่งปีแรก 2562 อยู่ที่ราว 4.83 แสนล้านบาทหดตัวมากถึง 16% YoY เบื้องต้น เราคำนวณว่า หากกำไรสุทธิทั้งปี 2562 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนงวดครึ่งปีหลัง 2562 จำเป็นต้องเติบโตไม่น้อยกว่า 20% YoYความคาดหวังอยู่ที่การเติบโตในไตรมาส 4/2562 เป็นหลัก เพราะฐานที่ต่ำใน Q4/61 (Low-base Effect) เนื่องจากในไตรมาสนั้น กำไรสุทธิรวมออกมาเพียงแค่ 1.56 แสนล้านบาทเท่านั้น (-39.3% QoQ, -39.1% YoY) โดยผลประกอบการของกลุ่มหลักอ่อนแอ เช่น กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เผชิญกับการขาดทุนสต๊อคอย่างมาก เพราะราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรง, กลุ่มธนาคาร มีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองในระดับสูงและกลุ่ม ICT DTAC ตั้งสำรองการระงับข้อพิพาทเป็นต้น

แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2562 ของกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีกลุ่มโรงกลั่น มีปัจจัยบวกหนุนจากมาตรการ IMO แม้ภาพรวมกลุ่มฯยังไม่สดใส แต่มีโอกาสกลับมาโตสูงในไตรมาส Q4/62 เนื่องจากฐานต่ำ, กลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มตั้งสำรองน้อยลง ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ธปท. ต่อมาตรฐานบัญชี IFRS9 ประเด็นการใช้สำรองส่วนเกิน, กลุ่มสื่อสาร การแข่งขันในอุตสาหกรรมมือถือลดความรุนแรงลงและ ARPU มีแนวโน้มดีขึ้น

**กลุ่ม Big Cap โดดเด่น 2H

กลยุทธ์ กลุ่ม Big Cap ที่เราให้น้ำหนักคือ กลุ่มสื่อสาร(ADVANC/ INTUCH) โมเมนตัมกำไรในครึ่งปีหลัง 2562 มีทิศทางเชิงบวกและจ่ายเงินปันผลระดับสูง เป็นเบาะรองรับช่วงตลาดผันผวนและได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยต่ำ, กลุ่มอาหาร(CPF) ราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนเลี้ยงสัตว์ คือ กากถั่วเหลืองปรับตัวลง, กลุ่มค้าปลีก(BJC) ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ

ขณะนี้ที่ ผลประกอบการ Q2/62 ของบริษัทจดทะเบียนใน SET INDEX อ่อนแอ ด้วยกำไรสุทธิราว 2.17 แสนล้านบาท หดตัวอย่างนัยสำคัญทั้ง QoQ และ YoY ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน แต่อีกส่วนหนึ่ง พบว่า ผลการดำเนินงานหลักของหุ้นกลุ่ม Global Play หดตัวแรงตามทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในครึ่งปีแรก 2562 ลดลงมากถึง 16% YoY และ Consensus ปรับลดประมาณการกำไรสำหรับปี 2562 ลงอย่างต่อเนื่อง

**กำไรสุทธิรวมบจ. Q2/62 หดตัวแรง 

กำไรสุทธิรวมของบจ. Q2/62 เท่ากับ 2.17 แสนลบ. หดตัวแรง 18.3% QoQ และ -24.4% YoYโดยภาพรวมถูกกดดันจากรายการพิเศษ คือ การตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2562 แต่นอกเหนือจากรายการดังกล่าว พบว่า ผลประกอบการของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลก (Global Play) อ่อนแรง เช่น กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี รวมถึง หุ้นวัสดุก่อสร้าง (SCC) ได้รับผลกระทบเชิงลบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลง (มีเพียงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เติบโตโดดเด่น)

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีปัจจัยลบกดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว, สงครามการค้า และเงินบาทแข็งค่า ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศหรือ Domestic Play กำไร Q2/62 ดีกว่าภาพรวม SET INDEX ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มการเงิน, กลุ่มธนาคาร ยกเว้น กลุ่มอสังหาฯ โดยเฉพาะผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2562

การปรับลดประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ใน Bloomberg Consensus ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของ SET INDEX ลดลงไปเหลือเพียง 101.3 บาท/หุ้น หรือมีการปรับลดประมาณการลงราว 3.3% QTD ส่งผลให้คาดการณ์การเติบโตสำหรับปีนี้ เหลือเพียง 5% YoY เท่านั้น แม้ว่าฐานกำไรปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับไม่สูงนักก็ตาม

**Valuation ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจ

Valuation มีความน่าสนใจมากขึ้น หลัง SET INDEX ปรับฐานในเดือน ส.ค. ทำให้ Forward P/E ratio ณ สิ้นปี 2562 ลดลงเป็น 16.1x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี+1SD และเมื่อเทียบกับผลตอบแทนของสินทรัพย์ปลอดภัยในเชิง Earnings Yield Gap พบว่า Valuation ของตลาดหุ้นไทย ยิ่งดูน่าสนใจมากขึ้น เพราะผลตอบแทนคาดหวังของ SET INDEX สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ราว 4.7% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี+1.5SD

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon
www.thunhoon.com