ฉวยโอกาสสงครามการค้า รัฐจัดแพ็คดูดFDIต่างชาติ

ทันหุ้น – “สมคิด” สบช่องสงครามการค้าสั่งบีโอไอจัด special package ดูดต่างชาติย้ายฐานเข้าไทย พร้อมหาพื้นที่รองรับนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะประเทศ เผยผู้นำเกาหลีใต้เตรียมนำทัพ 500 นักธุรกิจเจรจาการค้าก.ย.นี้ ต่อประธาน “หัวเว่ย” ใช้ไทยเป็นฮับ 5G  ด้าน บีโอไอเจอแล้ว 100 บริษัทเป้าหมาย ขณะที่ WHA เซ็นขายที่ยักษ์จีนวันนี้ ส่วน AMATA ลุยเมืองอัฉริยะเมียนมา

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ระบุ ได้มอบนโยบาย และกำหนดเป้าหมาย ให้กับหัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ 16 แห่งของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ใช้โอกาสบนภาวะสงครามการค้า เจาะกลุ่มนักลงทุนที่กำลังต้องการย้ายฐานการผลิตให้เข้ามาลงทุนยังประเทศไทยให้มากที่สุด ขึ้นด้วยจัดทำ special package หรือแพ็คเกจส่งเสริมการลงทุนเฉพาะเจาะจง กำหนดกลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจรายประเทศ เน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา คาดว่าเร็วสุดจะสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจเห็นชอบได้ในวันที่ 30 สิงหาคม 2562 นี้

พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ตั้งทีมเฉพาะกิจ “ย้ายฐาน” เป็นศูนย์รวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ การนิคมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาร่วมมือกันเร่งผลักดันขั้นตอนการดำเนินงานภาครัฐบาลให้รวดเร็ว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการให้มากที่สุด

โดยได้สั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรม จัดหาพื้นที่ทั่วประเทศรองรับ “นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะประเทศ” โดยเน้นให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนเป็นหลัก

“นักลงทุนประเทศต่างๆ มีเป้าหมายอยู่แล้ว ว่าต้องการได้รับการสนับสนุนในด้านไหน จึงได้มอบหมายให้ BOI ไปศึกษา ถึงความต้องการของนักลงทุนในแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกัน ไม่เพียงแต่ต้องการได้รับการสนับสนุนทางด้านภาษีเท่านั้นแต่ยังเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการอำนวยความสะดวก ด้านกฎระเบียบข้อบังคับและเอกสารต่างๆที่ต้องมีการทำให้มีความรวดเร็ว โดยจะให้ออกมาเป็น Package เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่มีคุณภาพ และมีการประกอบกิจการที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมของไทยเข้ามา”

@เจรจา500นักธุรกิจเกาหลีใต้

นายสมคิด กล่าวว่า ในวันที่ 2 กันยายน 2562 นี้นายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และรัฐมนตรี 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนจะนำคณะนักธุรกิจ 500 รายจากบริษัทชั้นนำอาทิ ซัมซุง, แอลจี, กลุ่มผู้ประกอบการออโต้โมบิล, กลุ่มคลอสเมติก, กลุ่มแปรรูปสินค้าเกษตร ฯลฯ เข้ามาเจรจาทางการค้ากับประเทศไทย จากนั้นเดือนพฤษจิกายนคณะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย จะเดินทางเข้ามาเจรจาความร่วมมือใช้ไทยเป็นฐานการทดสอบเทคโนโลยี 5G ในไทยผ่านความร่วมมือ 5 ด้านคือ 1. Eco System, 2.การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และไอที, 3.ร่วมมือผ่านมหาวิทยาลัยชั้นนำ 5 แห่งพัฒนา “สตาร์ทอัพ” ร่วมกัน, 4.มีการลงทุนผลิตอุปกรณ์รองรับเทคโนโลยี 5G, และ 5.โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็น

” Eco System สำหรับ 5G ต้องมองเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และบุคคลากร ซึ่งหัวเหว่ยกำลังร่วมกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะปักหมุดในอีอีซี จึงได้เสนอว่าไทยเองมีโครงการไทยแลนด์ไซเบอร์พอร์ตหากสนใจมาอยู่บริเวณเดียวกันและร่วมเป็นพี่เลี้ยงก็ยินดีในการจะสร้างสตาร์ทอัพร่วมกัน”

@เจาะ100บริษัทเป้าหมาย

นางสาว ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุ ปัจจุบัน BOI มีเป้าหมาย 100 บริษัทจากทั่วโลกที่มีความประสงค์จะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า จากนี้จะเร่งศึกษาความต้องการเฉพาะด้านของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อจัดทำ special package นำเสนอให้สอดรับกับความต้องการของผู้ประกอบการให้มากที่สุด

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าบริษัทจากประเทศจีนมีความต้องการย้ายฐานการผลิตเข้ามาไทยมากที่สุด และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับยอดขอส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรก ของปี 2562 อยู่ 758 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 232,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 147,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 70,000 ล้านบาท และตลอดปี 2562 ตั้งเป้าคำขอรับส่งเสริมลงทุนไว้ที่ 750,000ล้านบาท

@WHAเซ็นขายที่ล็อตใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ส.ค.) บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ในเครือบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือ WHA ผู้ให้บริการโซลูชั่นครบวงจรด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า และดิจิตอลแพลตฟอร์มชั้นนำของไทย ลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 ซึ่งเป็นที่ดินขนาดใหญ่ กับ โกลเดน อีเกร็ต ซีเมนต์ คาร์ไบด์(ไทยแลนด์)จำกัด ในเครือบริษัท เซียะเหมินโกลเดน อีเกร็ต สเปเชียล อัลลอยด์ จำกัด

@AMATAรุกเมืองอัจฉริยะย่างกุ้ง

นายจักก์ชัย พานิชพัฒน์ รองประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)หรือAMATA แจ้งว่า  บริษัทได้ลงนามในสัญญา Framework Agreement กับ Department of Urban and Housing and Development (DUHD), Ministry of Construction, Republic of the Union of Myanmar เพื่อร่วมกันดำเนินการในโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และนิคมอุตสาหกรรมในเขตย่างกุง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ธุรกิจด้านการขนส่ง และการบริการในโครงการ การสร้างเมืองอัจฉริยะ และนิคมอุตสาหกรรมย่างกุ้ง รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมืองอัจฉริยะ และนิคมอุตสาหกรรม ย่างกุ้ง

โดย DUHD จะเข้าถือหุ้นอัตราไม่เกิน 20% ซึ่งบริษัทจะต้องดำเนินการ เจรจาเพื่อเข้าทำสัญญากิจการร่วมค้า สัญญาซื้อขายหุ้นกับทาง DUHD และสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะดำเนินการเจรจาและสรุปความตกลงให้มีความชัดเจนภายในกรอบเวลาตามที่ระบุไว้ใน Framework Agreement ภายใน สิงหาคม 2564 ทั้งนี้หากมีความชัดเจนในเรื่องโครงสร้างการถือหุ้น และมูลค่าของโครงการ ทางบริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป

@จ่อโอนที่ดิน 318 ไร่

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุถึง AMATA ว่าบริษัทมียอดจองที่ดินสะสม ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 294 ไร่ คิดเป็น 47% ของเป้าหมายในปีนี้ที่ 625 ไร่ โดยแนวโน้มกำไร ไตรมาส 3/2562 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2562 จากการขายโอยที่ดินขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวน 318 ไร่ จากนักลงทุนจีนรายหนึ่งที่ประกอบธุรกิจผลิตยางรถยนต์  ทั้งนี้ AMATA มีBacklog หรือยอดขายรอโอนสูงกว่า 3,750 ล้านบาท ครอบคลุม 82% ของรายได้ขายที่ดินปี 2562 ซึ่งส่วนที่เหลือจะมาจากยอดขายใหม่และโอนทันทีในปีนี้

ประกอบกับการขยายกิจการของผู้ประกอบอุตสาหกรรมภายในนิคมฯ AMATA จะช่วยหนุน Recurring Income ธุรกิจบริการน้ำและโรงงานสำเร็จรูปเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 260 เมกะวัตต์ ตามสัดส่วนการถือหุ้น จะหนุนส่วนแบ่งกำไรมากขึ้น  จึงคงประมาณการกำไรปี 2562 ตามเติม คือเติบโต 71.7% ทำให้ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อสะสม และรับปันผลระหว่างการ โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 35.70 บาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.20 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 28 สิงหาคม 2562