GPSCผนึกPTTลุยแบตฯ วิเคราะห์เกมก่อนเพิ่มทุน

ทันหุ้น – PTT ซุ่มศึกษาลงทุนโรงงานแบตเตอร์รี่พาณิชย์ คาดชัดเจนปีนี้ พร้อมผนึก GPSC ตั้งโรงงานแบบในสหรัฐ มูลค่าราว 20 ล้านดอลลาร์ หวังต่อยอดธุรกิจระยาว ดีเดย์เริ่มสร้างปี 2564

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามความร่วมมือบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เพื่อสนับสนุนการศึกษา พัฒนา และร่วมกันผลักดันแบตเตอรี่เทคโนโลยี Semi-Solid ให้มีประสิทธิภาพที่แข่งขันได้ และต่อยอดไปสู่การผลิตระดับเชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านพลังงานของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยมีแบตเตอรี่เป็นรากฐาน โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ (Steering Committee) รวม 7 คน และ คณะกรรมการฯ จะทำการแต่งตั้งคณะทำงานต่อไป รวมทั้งจัดทำงบประมาณในการสร้างโรงงานแบตเตอรี่ต้นแบบ

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล PTT ระบุว่า โครงการผลิตแบตเตอรี่ในรูปแบบเชิงพาณิชย์ จะเห็นความชัดเจนในปีนี้ หากผลออกมาเป็นไปในทิศทางว่าเหมาะสมสำหรับการลงทุน จะใช้เวลาในการวิจัยและดำเนินการพัฒนาโครงการจริงอีก 3 ปี หรือน่าจะสามารถเริ่มลงทุนผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2565 เบื้องต้นคงจะจะมีขนาดกำลังผลิตประมาณ 1GWh เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน

ด้านนายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กล่าวว่า เทคโนโลยี Semi-Solid  จะช่วยลดขั้นตอนการผลิตลงได้กว่า 50% มีความปลอดภัยสูง เบื้องต้นน่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปีแรกน่าจะใช้เงินลงทุน 15 ล้านบาทดอลลาร์สหรัฐ

บริษัทหลักทรัพย์  เอเชีย เวลท์ จำกัด  ระบุว่า  โครงการแบตเตอรี่ของ GPSC  คาดว่าจะสามารถนำออกมาใช้งานจริงได้ในปี 2562 นี้ แต่เป็นการใช้กับกิจการไฟฟ้าของ GPSC เอง ยังไม่ถึงระดับเชิงพาณิชย์ ขณะที่แบตเตอรี่ EA จะพร้อมสู่ตลาดในไตรมาส 2/63 แต่การสนับสนุนจากบริษัทแม่ของ EA เกิดขึ้นน้อยกว่าของ GPSC

@ แนะซื้อ GPSC-ใช้สิทธิ์เพิ่มทุน

อย่างไรก็ความน่าสนใจของ GPSC ขณะนี้คือการเพิ่มทุนประมาณ 74,000 ล้านบาท หลังเข้าซื้อกิจการ GLOW เพื่อนำมาใช้คืนเงินกู้ระยะสั้น และเงินกู้จากกลุ่มบริษัท ปตท. ซึ่งบริษัทได้กำหนดสัดส่วนการเพิ่มทุน 1 หุ้นเดิม ต่อ 0.8819 หุ้นใหม่ ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 56 บาท เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น 28 ส.ค. ระยะเวลาการการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 30 ก.ย. – 4 ต.ค. หุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขายวันแรก 15 ต.ค. ประเมินว่า แผนการลดหนี้ลดต้นทุนการเงินของ GPSC จะนำมาซึ่งกำไรที่ดีขึ้นในอนาคต จึงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 79 บาท ปัจจุบัน GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 4,766 เมกะวัตต์(MW)  เตรียมจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,026 MW ในปี 2566 ซึ่งจะทำให้ GPSC มีกำลังการผลิตสูงสุดอันดับ 3 ของประเทศ  มีมุมมองเป็นบวกกับ GPSC มองว่าจะมีการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าในอนาคตที่ดีมาก โดยเฉพาะปีหน้าที่พร้อมจ่ายไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าไซยะบุรีจะมีการปันส่วนกำไรเข้ามาอย่างมีนัยยะสำคัญราว 1,000 ล้านบาทต่อปี

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าจะเริ่มเห็นอานิสงส์จาก synergy ของ GLOW เกิดกับ GPSC ในปี 2563 และคาดว่าบริษัทจะได้อานิสงส์เต็มที่ในปี 2567 โดยเฉพาะด้านการดำเนินงาน และซ่อมบำรุง ยังคงคำแนะนำถือ และขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF กลางปี 2563 ที่ 73 บาท (ภายใต้สมมติฐานว่ามีการใช้สิทธิ์ RO เต็ม 100%) เราแนะนำให้ผู้ที่ถือหุ้น GPSC ใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นใหม่เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกกระทบจาก dilution และราคาจองซื้อที่ 56 บาทก็ต่ำกว่าราคาตลาด หลังจากการใช้สิทธิ์เพิ่มทุน โดยยังเหลือ upside อีกถึง 14.8%