RATCHทุ่ม2พันล้าน ซื้อรฟฟ.ย่านนวนคร ดันรายได้เพิ่ม300ล.

ทันหุ้น – RATCH ควัก 2 พันล้านบาท เข้าเทคโรงไฟฟ้า SPP ย่านนวนคร จากกลุ่ม TTCL และ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หวังเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า นักวิเคราะห์ชี้ดีลคุ้ม คาดมีรายได้เพิ่มอีก 300 ล้านบาท

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ RATCH  แจ้งว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น เพื่อซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิบริษัท นวนครการไฟฟ้า จำกัด (NNE) ในสัดส่วน 99.97% คิดเป็นเงินประมาณ 1,998.40 ล้านบาท จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ประกอบด้วย นางวลี เทพหัสดิน ณ อยุธยา จำนวน 19.53% ,บริษัท นวนคร แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 5.01% และผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ อีก 4.48% นอกจากนี้ได้ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ ประกอบด้วยบริษัท ทีทีซีแอล จำกัด(มหาชน) หรือ TTCL จำนวน 44.02% และบริษัท โคมิโป โกลบอล จำกัด จำนวน 26.93% โดยการดำเนินการซื้อหุ้นดังกล่าวจะแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อบรรลุเงื่อนไขบังคับก่อนของสัญญาซื้อขายหุ้นแล้ว

ทั้งนี้ ภายหลังจากการซื้อขายหุ้นเสร็จสมบูรณ์ โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ NNE จะประกอบด้วย RATCH สัดส่วน 99.97% และผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อยเดิม 0.03%

สำหรับโรงไฟฟ้าของ NNE เป็นโรงไฟฟ้าประเภท SPP ระบบ Cogeneration ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 110 เมกะวัตต์(MW) และกำลังการผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี มูลค่ากิจการประมาณ 5,726.68 ล้านบาท มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าประเภทสัญญา SPP-Firm ระบบ Cogeneration จำนวน 90 MW กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลา 25 ปี โดยไฟฟ้าส่วนที่เหลือและไอน้ำจะถูกจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.2556

ด้าน TTCL แจ้งว่า การอนุมัติการขายหุ้นบุริมสิทธิ 44.02% ใน NNE ให้กับ RATCH คิดเป็นมูลค่า 838.47 ล้านบาท และค่างานก่อสร้างค้างจ่ายเป็นจำนวน 32.94 ล้านบาท จะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3/62  และบริษัทมีแผนที่จะนำเงินที่ได้รับไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท และการดำเนินการอื่นใดตามความเหมาะสม

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การที่ RATCH เข้าซื้อ NNE ที่ 1,998 ล้านบาท ถือว่ามีมูลค่าที่ถูกกว่ามูลค่ากิจการ แต่ก็เชื่อว่าต้องแบกรับหนี้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ RATH มีโครงการโรงไฟฟ้า SSP ที่ นวนคร เช่นเดียวกัน แต่เป็นคนละโครงการกับ NNE ซึ่งที่ผ่านมามีกำไรสูง ขณะที่โรงไฟฟ้า NNE ที่ผ่านมามีกำไรหลักสิบล้านบาทไม่ถึง 100 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถขายไฟเต็มที่ ขณะเดียวกันหนี้ที่สูงทำให้ผลตอบแทนไม่มาก ดังนั้นหาก RATCH ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่มีสภาพคล่องทางการเงิน เข้าไปดำเนินกิจการ ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขายไฟได้เต็ม เชื่อว่าจะช่วยลดภาระหนี้ลงไปเยอะ ผลประโยชน์ก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งประเมินว่าการขายไฟเพิ่มขึ้นทุกๆ 1 เมกะวัตต์จะมีรายได้เพิ่ม 3 ล้านบาท ดังนั้นหลังปรับปรุงจึงมีโอกาสที่จะมีรายได้เข้าอีกประมาณ 200-300 ล้านบาท