AOTเร่งปั๊มรายได้Non-Aero ฮุบสนามบินกระบี่-บุรีรัมย์

ทันหุ้น – AOT สร้างภูมิคุ้มกันเร่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจNon-Aero แตะ 45% ในปี 2563 ป้องกันรายได้ธุรกิจ Aero หดตัว แต่มั่นใจปี 2562 กำไรใกล้เคียง 2.5 หมื่นล้าน บาท ส่วนปี 2564 รายได้ทั้งAeroและNon-Aeroพุ่งแรง หลังเปิดอาคารแซทเทิลไลท์-ดิวตี้ฟรีสัญญาใหม่ ด้านบอร์ดสั่งปรับการเข้าบริหารสนามบินภูมิภาค 4 สนามบินสู่จังหวัดดีขึ้น ฮุบ กระบี่-บุรีรัมย์-อุดรฯ-ตาก

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT คาดการณ์รายได้รวมทั้งปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวได้ประมาณ 5-6% ต่ำกว่าเป้าเดิมตั้งไว้ที่ 10% อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานทั้งปี 2562 (สิ้นสุดเดือนกันยายน 2562 ) น่าจะมีกำไรสุทธิ ใกล้เคียงปีก่อนที่ 2.5 หมื่นล้านบาท

ในส่วนของจำนวนผู้โดยสารทั้งปี 2562 คาดว่าจะขยายตัว 1.5% ต่ำกว่าเป้าที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 6% เนื่องจากปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลงเหลือประมาณ 4-5% จากปี 2561 ที่ขยายตัวได้ถึง 8-9% จากผลกระทบจากสงครามการค้า และอัตราแลกเปลี่ยน   ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศปีนี้ติดลบ สาเหตุหลักเกิดจากการเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอสต์เริ่มถึงจุดอิ่มตัว อย่างไรก็ตาม  AOT ยังไม่แนวคิดปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC) เนื่องจากยังมีกระแสเงินสดหมุนเวียนสูงถึงกว่า 7 หมื่นล้านบาท

“นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศลดลง เพราะการต่อเครื่องระหว่างประเทศเข้าสู่สายการบินในประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศนั้นเราเห็นสัญญาณการชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 2557 แล้วเนื่องจากฐานลูกค้าของกลุ่มโลว์คอสต์ไม่ขยายตัว”

ปีหน้า Non-Aero เป็นพระเอง

นายนิตินัย ระบุ AOT ได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน (Non-Aero) มากขึ้นรองรับภาวะการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก และกรณีสงครามการค้าบานปลายสู่ภาวะสงครามค่าเงิน โดยในงวดปี 2563 AOT จะเริ่มรับรู้จากธุรกิจใหม่ ได้แก่ โครงการศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub), เมืองการบิน (Airport City), Digital Platform จะช่วยปรับสัดส่วนรายได้ระหว่างธุรกิจ Aero และ Non-Aero ขึ้นเป็น 55 : 45 จากปัจจุบันมีสัดส่วนที่ 57 : 43 ขณะที่ เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป จะมีรายได้จากธุรกิจดิวตี้ฟรีที่เป็นสัญญาฉบับใหม่กับกลุ่มคิงเพาเวอร์ ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับอาคารเทียบเครื่องบินรอง (อาคารแซทเทิลไลท์) เบื้องต้นมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3/2562 คาดว่าจะหนุนรายได้จากธุรกิจ Aero ให้เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

“ปี 2563 เราจะมีสัดส่วน Non-Aero เพิ่มขึ้น และหวังว่าปี 2564 รายได้จากทั้งธุรกิจ Aero และ Non-Aero เราจะพุ่งขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากดิวตี้ฟรีเต็มปี รวมถึงจำนวนผู้โดยสารก็น่าจะเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญหนุนธุรกิจ Aero ดังนั้นแม้สัดส่วนจะกลับมาที่ 57 : 43 แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ขาซึ่งก็น่าจะหนุนให้กำไรเราดีดขึ้นได้มากทีเดียว”

พร้อมบริหาร 4 สนามบินภูมิภาค

นายนิตินัย กล่าวว่า ในวานนี้ (21 สิงหาคม 2562) คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้อนุมัติให้นำเสนอกระทรวงคมนาคม ขอเข้าบริหารสนามบินภูมิภาค 4 แห่งแทนกรมท่าอากาศยาน ประกอบด้วย สนามบินอุดรธานี, สนามบินบุรีรัมย์, สนามบินตาก, และสนามบินกระบี่ จากเดิมที่จะขอเข้าบริหาร สนามบินอุดรธานี, สนามบินสกลนคร, สนามบินตาก, และสนามบินชุมพร  คาดว่าจะใช้งบปรับปรุงสนามบินรวมทั้ง 4 แห่งประมาณ 1- 1.2 หมื่นล้านบาท