รถไฟ3สนามบินมาแน่! เดือนหน้าจ่อเซ็นสัญญา

ทันหุ้น – ใกล้ปิดดีลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ร.ฟ.ท.เตรียมสรุปส่งมอบพื้นที่ 4,421 ไร่ ก่อนลงนาม ระบุเหลือแค่เคลียร์พื้นที่สาธารณูปโภค 850 ไร่สุดท้าย “วรวุฒิ” ลั่นเสร็จในกรอบกันยายนนี้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณดีรับเหมาก่อสร้าง ชี้ PPP สามารถลงทุนได้ทันทีหลังเซ็นสัญญา เชื่อรัฐบาลเข็นโปรเจกร่วมทุนออกมาอีกเพียบ ชู CK SEAFCO รับ

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ “หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น” โดยมั่นใจว่า จะสามารถลงนามโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา กับกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ได้ ภายในเดือนกันยายน 2562 นี้ หลังสรุปแผนส่งมอบพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แนวทางระบบสาธารณูปโภคที่กีดขวางแนวก่อสร้าง ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้หารือร่วมกับทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสาธารณูปโภคทั้งหมดให้ประเมินราคา – ระยะเวลาการรื้อย้ายมาเทียบกับแผนก่อสร้างของทางกลุ่มซีพีแล้ว โดยจะมีการตรวจสอบผลกระทบกับสัญญาก่อสร้างโครงการ ซึ่งต้องเจรจาในรายละเอียดอีกนิดหน่อย

“มั่นใจว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนดภายในเดือนกันยายน 2562 นี้ เบื้องต้นคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการฯ ได้นัดประชุมสรุปข้อมูลอีกรอบช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2562 จากนั้นจะนำกรอบการดำเนินงานที่ได้ไปหารือร่วมกับกลุ่มซีพี ก่อนสรุปลงในร่างสัญญา นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (คณะกรรมการ EEC) เพื่อกำหนดวันลงนามสัญญาต่อไป”

ยืนยันไม่ขยายสัญญาให้เอกชน

สำหรับพื้นที่ก่อสร้างโครงการที่ ร.ฟ.ท.ต้องส่งมอบมีทั้งหมด 4,421 ไร่ เป็นพื้นที่ต้องเวนคืนจากหน่วยงานราชการต่างๆ ราว 850 ไร่ จึงต้องประเมินเวลารื้อย้ายของสาธารณูปโภคแต่ละส่วนให้ชัดเจนพร้อมทั้งต้องหารือกับทางซีพี เพื่อให้อธิบายถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งนี้นายวรวุฒิ ยืนยันว่า ร.ฟ.ท.ยังไม่พิจารณาแนวทางแก้ไขสัญญาก่อสร้าง จากเดิมกำหนด 5 ปีออกไป เนื่องจากอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์แก่เอกชน ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)เวณคืนที่ดิน ร.ฟ.ท.ต้องมอบที่ดินให้กับกลุ่มซีพี หลังจากออก พ.ร.ฎ. เวนคืนภายใน 2 ปี เบื้องต้น คาดว่าจะสามารถออกพ.ร.ฎ.ได้ภายในต้นเดือนกันยายน 2562นี้ และคาดว่าจะสามารถส่งพื้นที่ทันทีหลังลงนาม 3,571 ไร่

สำหรับกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นแกนนำหลักถือหุ้น 70% ร่วมลงทุนกับกลุ่มพันธมิตรหลัก ได้แก่ BEM และ CK ถือหุ้น 15%, กลุ่ม China Railway Construction Corporation Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน) หรือ CRCC ถือหุ้น 10% และ ITD ถือหุ้น 5%

จับตาวันเซ็นสัญญา

นางสาววิชชุดา ปลั่งมณี นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังการลงนามในรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เอกชนก็สามารถดำเนินการลงทุนได้ทันที เนื่องจากเป็นการลงทุนพิเศษเอกชนกับรัฐ (PPP) จึงไม่มีปัญหาด้านงบประมาณแต่อย่างใด

และเชื่อว่ารัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า โดยเริ่มจากโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP), และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (คณะกรรมการ EEC) เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาแล้ว แต่ต้องติดตามกรอบระยะเวลาลงนามสัญญาต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

“เบื้องต้นมองว่าโครงการที่เริ่มไว้ก็จะเริ่มสานต่อตามกรอบที่กำหนดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง  ส่วนผู้รับเหมาจะนับว่ามีงานใหม่เข้ามาเติม backlog ได้ ก็ต่อเมื่อลงนามสัญญาจัดซื้อ-จัดจ้างแล้ว หากโครงการรถไฟความเร็วสูงออกมา ก็จะเป็นจิตวิทยาสร้างความมั่นใจว่าโครงการใหม่ๆ ก็จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง”

ชู CK, SEAFCO เป็น Top pick

ทั้งนี้แนะนำ “ซื้อ” CK ราคาเหมาะสม 32.00 บาท เนื่องจากบริษัทที่มีงานใหม่ที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 โดยเฉพาะงานรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่จะทำให้ CK มีการรับงานก่อสร้างในระดับ 4-5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมี โครงการทางด่วนพระราม 3  เบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าในปี 2562 CK จะมีงานใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท หนุนงานในมือเพิ่มขึ้นระดับ1แสนล้านบาท ในอนาคต

นอกจากนี้ยังแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” สำหรับ SEAFCO ราคาเหมาะสม 10.10 บาท เนื่องจากงานที่เป็นเฟสแรกของการก่อสร้างคืองานเสาเข็ม โดยคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2562  SEAFCO มีโอกาสรับงานใหม่มากกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 3 พันล้านบาทได้  ตามโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลจะทยอยดำเนินการ เช่น งานรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินซึ่งมีงานเฉพาะเสาเข็มสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท, งานรถไฟไทย-จีน, งานทางด่วนพระราม 3, และงานมอเตอร์เวย์ คาดทราบผลภายในปี รวมถึงงานรถไฟทางคู่เฟส 2  และงานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่อยู่ระหว่างรออนุมัติจากครม. ทั้งนี้ SEAFCO มีกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (ผลประกอบการงวด เม.ย.-ก.ค.) 0.03 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน Dividend Yield 0.4% กำหนดขึ้น XD วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จ่ายปันผลวันที่ 12 กันยายน 2562