บล.กสิกรไทย มองดีล PTT ซื้อธุรกิจถ่านหินในอินโดฯเป็นกลาง, คาดราคาถ่านหินปรับลงอีก 2-3 ปีข้างหน้า

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์กรณีที่บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT ได้แจ้งว่าบริษัทในเครือเ้าลงทุนใน 2 บริษัทที่ประกอบธุรกิจถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 11.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 360 ล้านบาท ซึ่งมีมุมมองเป็นกลางกับดีลนี้ เพราะถือเป็นการลงทุนขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์ทั้งหมดของ PTT และไม่คาดว่าการซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้เกิด upside/downside risk ที่สำคัญต่อหุ้น PTT

โดยวัตตถุประสงค์การซื้อของ PTT เพื่อรักษาปริมาณสำรองถ่านหินให้กับกลุ่มบริษัทในเครือ เนื่องจากปริมาณสำรองถ่านหินปัจจุบันปรับลดลง น้อยกว่า 10 ปี และเพื่อศักยภาพในการปรับคุณภาพขอถ่านหินจากเหมืองที่ผลิตในปัจจุบัน เพื่อให้ตอบสนองและตรงความต้องการของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยบล.กสิกรไทย มีมมุมมองลบต่ออุตสาหกรรมถ่านหินให้ความร้อน และคาดว่าราคาถ่านหินจะปรับลดลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากคาดว่าประเทศจีนจะลดการนำเข้าถ่านหินจากตลาด seaborne market

PTT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวานนี้ว่า บริษัท Sakari Resources Limited (SAR) ซึ่งถือหุ้นโดยบริษัท ปตท. โกลบอล แมนเนจเม้นท์ (PTTGM) สัดส่วน 95.82%  (บริษัทย่อยซึ่ง ปตท. ถือหุ้น 100% ) เข้าลงทุนผ่านบริษัทย่อยของ SAR โดยการซื้อหุ้นสามัญ 100%  ใน PT Sentika Mitra Persada (SMP) ทุนจดทะเบียน 5.78 หมื่นล้านรูเปีย์อินโดนีเซีย และ PT Multiara Kapuas (MK) ทุนจดทะเบียน 2.19 หมื่นล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 11.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

การลงทุนดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาปริมาณสำรอง (Reserves) ถ่านหินให้กับกลุ่ม SAR เนื่องจากปริมาณสำรองถ่านหินในแหล่งที่มีในปัจจุบันปรับลดลง รวมถึงสามารถเพิ่มศักยภาพในการปรับคุณภาพของถ่านหินจากเหมืองที่ผลิตในปัจจุบัน เพื่อให้ตอบสนองและตรงตามความต้องการของลูกค้าของกลุ่ม SAR

รายงาน : วิรัช บูรณกนกธนสาร
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com