MINTบุ๊กกำไร2.1พันล. ขายรร.ทิโวลีในโปรตุเกส

ทันหุ้น –MINT จ่อรับทรัพย์ขายโรงแรมทิโวลี 3 แห่งในโปรตุเกส บุ๊กกำไร 2,100 ล้านบาทภายในไตรมาส 3/2562 นี้ เล็งนำเงินใช้หนี้เงินกู้ หวังลด D/E ลดลงมาอยู่ที่ 1.55 เท่า ด้านธุรกิจโรงแรมการเติบโตโดดเด่น เดินหน้าเปิดให้บริการโรงแรมลงทุนเอง-รับบริหาร ตามเป้า 33 แห่ง ขณะธุรกิจอาหารเดินหน้าผุดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม มั่นใจผลงานปี 2562 โตไม่น้อยกว่า 10%

นางจุฑาทิพ อดุลพันธุ์ รองประธานฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/2562 บริษัทมองว่าจะมีการเติบโตดีกว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 31,393 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,101 ล้านบาท หลักๆ เนื่องมาจากการรับรู้กำไรจากการขายและเช่ากลับโรงแรมทิโวลี 3 แห่งในโปรตุเกสประมาณ 62 ล้านยูโร หรือ มากกว่า 2,100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะนำไปชำระเงินกู้ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงมาอยู่ที่ 1.55 เท่า โดยในสิ้นปีนี้จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ที่ 1.3 เท่า

โดยแผนการเปิดโรงแรมใหม่จำนวน 33 แห่ง หรือคิดเป็นกว่า 4,906 ห้อง แบ่งออกเป็นโรงแรมที่ลงทุนเองและร่วมทุน (JV) จำนวน 12 แห่ง ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีสามารถทยอยเปิดให้บริการได้แล้วกว่า 7 แห่ง คาดว่าอีก 5 แห่ง ที่เหลือจะสามารถทยอยเปิดได้ครบตามแผนในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ขณะที่โรงแรมภายใต้สัญญาบริหารมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ในปีนี้ จำนวน 21 แห่ง โดยในช่วงครึ่งแรกปีเปิดไปแล้วกว่า 9 แห่ง และคาดว่าช่วงที่เหลือของปีนี้จะทยอยเปิดให้บริการได้ครบตามแผน ซึ่งเชื่อว่าจากปัจจัยข้างต้นจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

*เปิดร้านอาหารเพิ่ม

ด้านธุรกิจอาหาร บริษัทได้เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับเปลี่ยนโปรโมชั่น มีการออกสินค้าใหม่ ควบคู่กับการออกสินค้าเฉพาะแคมเปญ พร้อมกันนี้ได้นำระบบดิจิทัลเข้ามาเสริมการให้บริการด้วยแอปพลิเคชั่น “1122” อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารในเครือ MINT ได้ทุกแบรนด์ในแอปเดียว รวมถึงการขยายการให้บริการเดริเวอรี้ไปยัง GRAB, LINE MAN, GET และ Panda food เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น

อีกทั้งในช่วงครึ่งหลังปี 2562 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน ซึ่งบริษัทจะทยอยทำโปรโมชั่น, ออกสินค้าใหม่ – สินค้าเฉพาะเทศกาล ฯลฯ ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองว่าผลการดำเนินงานในส่วนของธุรกิจอาหารจะมีการเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี รวมทั้งบริษัทยังเร่งปรับรูปแบบงานบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภค และมีการขยายสาขาที่มีขนาดพื้นที่เล็กเพิ่มมากขึ้น

*อัพสัดส่วนรายได้ตปท.

และเริ่มมุ่งเน้นการขยายสาขาในประเทศจีนมากขึ้น เนื่องจากมองเห็นโอกาสตามการขยายตัวของครอบครัวชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ในธุรกิจอาหาร แบ่งเป็น รายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 40% และรายได้จากในประเทศอยู่ที่ 60% ภายในปี 2566 จากปัจจุบันอยู่ที่ 36% และ 64% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2562 นี้ บริษัทคาดว่าทั้งรายได้และกำไรจะเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ว่ารายได้จะเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 79,328 ล้านบาท และกำไรเติบโต 15-20% จากปีก่อนที่ 5,444 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้และกำไรของ NH Hotel เข้ามาเต็มปีเป็นปีแรก และจากการปรับกลยุทธ์เชิงรุกของธุรกิจอาหาร