UACเปิดกรุรับทรัพย์ บริษัทร่วมทุน-เทรดดิ้ง รุกขยายฐานต่างแดน

ทันหุ้น – UAC เผยครึ่งปีหลังเตรียมบุ๊ครายได้บริษัทร่วมทุนเข้ากระเป๋าเต็มๆ หลังรัฐหนุนเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล ส่วนธุรกิจเทรดดิ้งฟื้นชัด Q4/62 พร้อมลุยสยายปีกกลุ่ม CLMV ปักธงรายได้ทั้งปีเฉียด 3 พันล้านบาททุบสถิติใหม่

นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลังปี 2562 บริษัทคาดจะรับรู้รายได้จากบริษัทร่วมทุน บางจาก ไบโอฟูเอล จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 30% เข้ามาเต็มทุกไตรมาส หลังภาครัฐส่งเสริมให้มีการปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล หรือ B100 เป็น B10 และ B20 ทำให้ผู้ประกอบการมองหา B100 มาเป็นส่วนผสมกันมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายและกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการ

ผลงานครึ่งหลังเด่น

ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งยังเป็นไปตามแผน แต่ในไตรมาส 3/2562 อาจจะเห็นภาพเทรดดิ้งจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ชะลอตัวลง เพราะเป็นโลว์ซีซั่นของการจำหน่ายสินค้า และจะกลับมาเติบโตชัดเจนในไตรมาส 4/2562 ซึ่งภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกจากการรับรู้รายได้บริษัทร่วมทุน และยอดขายจากธุรกิจเทรดดิ้ง

อย่างไรก็ดีธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักคือ เคมีภัณฑ์ประเภทลาเท็กซ์อีมัลชั่นและโพลิเมอร์ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ภายใต้การบริหารของ บริษัทย่อย ยูเอซี แอ็ดวานซ์โพลิเมอร์แอนด์เคมิคัลส์ หรือ UAPC ซึ่งในปี 2562 นี้ ยังคงมุ่งเน้นการทำการตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV อย่างต่อเนื่อง หลังจากบริษัทเพิ่มกำลังผลิตอีกเท่าตัวเป็น 2.4 หมื่นตัน จากเดิม 1.2 หมื่นตัว เพื่อออกสินค้าจำหน่ายต่างประเทศโดยเฉพาะที่เวียดนาม บังคลาเทศ หรือแม้แต่ที่ปากีสถานที่เป็นฐานผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปอเมริกายังมีความต้องการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องโดยคาดสัดส่วนการส่งออกปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10% จากปีก่อนที่มีสัดส่วนไม่มาก

รายได้มีแววทำนิวไฮ

ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทคาดรายได้จะเติบโตเพิ่มขึ้นไปถึงเกือบ 3 พันล้านบาท และมีโอกาสที่ผลประกอบการจะทำสถิติใหม่สูงสุด หรือทำนิวไฮ หลังจาก 6 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 2 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 100 ล้านบาท ส่วนในอนาคตบริษัทตั้งเป้าการเติบโตแต่ละปีเฉลี่ยที่ 15-20% หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นไปถึง 5 พันล้านบาทภายในปี 2565

นายกิตติ กล่าวต่อว่า สำหรับธุรกิจพลังงาน ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อลงทุนโครงการใหม่ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน กำลังการผลิตรวมเกิน 100 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมในการลงทุนทั้งเม็ดเงิน และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ดีปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 12 เมกะวัตต์

ที่ผ่านมาบริษัทเข้าลงทุนโครงการจัดการขยะเพื่อผลิตพลังงานทดแทน และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ ขนาดกำลังผลิต 6 เมกะวัตต์ ที่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้น บริษัทคาดว่าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ Vientiane Waste Management (VWM) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2563