‘SKY’ประกาศจับมือยักษ์ใหญ่จีน พัฒนาเทคโนโลยีAI-สมาร์ทซีเคียวริตี้

ทันหุ้น – “สกาย ไอซีที” ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ลงนามบันทึกความร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท SenseTime ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของจีนและของโลก ในการสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยี AI สร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจสมาร์ท ซีเคียวริตี้ และดิจิตอลแพลตฟอร์ม

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัย ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับประเทศ กล่าวว่า บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท SenseTime    ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของจีนและของโลก อาทิ เทคโนโลยีจดจำภาพ (Image Recognition), เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition), การวิเคราะห์ทางวิดีโอ (Video Analytics) เป็นต้น โดยมีลูกค้ากว่า 700 รายทั่วโลก อาทิ MIT, Qualcomm, Honda ซึ่งรวมไปถึงบริษัทใหญ่ในจีนอย่าง Alibaba และ Weibo

พัฒนาเทคโนโลยี AI

สำหรับเป้าหมายของความร่วมมือในครั้งนี้ SenseTime จะเข้ามาสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยีด้าน AI ซึ่งถือเป็นความร่วมมือทางธุรกิจในการพัฒนาเทคโนโลยี AI กับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน)           เพียงรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือกับ SenseTime จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในธุรกิจสมาร์ท ซีเคียวริตี้ (Smart Security)

โดยปัจจุบันบริษัทพร้อมที่จะขยายการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบทั้งในกลุ่มลูกค้าภาครัฐและภาคเอกชน รวมไปถึงดิจิตอลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) โดยเฉพาะ AOT Digital Airports ที่บริษัทเป็นผู้พัฒนา และจะเปิดตัวในวันที่ 21 สิงหาคม 2562 นี้ SenseTime ก็จะเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนและพัฒนาให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

“ความร่วมมือกับ SenseTime ในครั้งนี้เป็นอีกความสำเร็จของสกาย ไอซีที ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ด้วยศักยภาพของ SenseTime ที่เป็นผู้ให้บริการ AI รายใหญ่ที่สุดของจีน และอันดับต้นๆ ของโลก มีเทคโนโลยี AI ตั้งแต่เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพถ่าย วิดีโอ วัตถุ และตัวอักษร เทคโนโลยี AI สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ การเงิน บันเทิง การศึกษา ค้าปลีก การรักษาความปลอดภัย Smart Security เทคโนโลยี AI ในสมาร์ทโฟน รวมไปถึงแพลตฟอร์ม AI” นายสิทธิเดช กล่าว

มั่นใจโตก้าวกระโดด

ทั้งนี้สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2562 บริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องจากมูลค่างานในมือที่ได้เซ็นต์สัญญาไปแล้ว โดยจะทยอยรับรู้ตามสัญญาและการส่งมอบงาน ซึ่งการรับรู้ดังกล่าว ยังไม่นับรวมงานใหม่ที่บริษัทวางแผนจะเข้าไปประมูลแข่งขันอีกหลายโครงการในครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนที่มีความต้องการที่จะบริโภคไอทีมากขึ้น และการได้ SenseTime เข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจก็จะยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท