PTTกำไรแสนล.ไม่ยาก สตอรี่มาเต็ม-เทคถ่านหิน

ทันหุ้น— ส่องอนาคต PTT ช่วงหุ้นวูบ โบรกยังมองแกร่ง ปีนี้คว้ากำไรแสนล้านได้ต่อเนื่อง ยังไร้คำสั่งเทขาย ชี้อนาคตสตอรี่มีอีกเพียบทั้งปันผลครึ่งปี 0.80 บาท นำ PTTOR  เข้าตลาดปีหน้าดันมูลค่า 3-5 บาท ลงทุนมาบตาพุด-แหลมฉบังชัดQ4ปีนี้ ล่าสุดทุ่ม 11.7 ล้านเหรียญเทคถ่านหินอินโดฯ เชียร์ซื้อเป้าเฉลี่ย 53.17 บาท สูงสุด 63 บาท ต่ำสุด 43 บาท

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท Sakari Resources Limited (SAR) ซึ่งถือหุ้นโดย บริษัท ปตท.โกลบอล แมนเนจเม้นท์ จำกัด (PTTGM) 95.82% ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่  PTT ถือหุ้น 100% เข้าซื้อหุ้นสามัญ 100% ใน   PT SentikaMitraPersada (SMP)  และ PT MultiaraKapuas (MK) ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 11.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาปริมาณสำรอง ถ่านหินให้กับกลุ่ม SAR เนื่องจากปริมาณสำรองถ่านหินในแหล่งที่มีปัจจุบันปรับลดลง รวมถึงสามารถเพิ่มศักยภาพในการปรับคุณภาพของถ่านหินจากเหมืองที่ผลิตในปัจจุบัน เพื่อให้ตอบสนองและตรงตามความต้องการของลูกค้าของกลุ่ม SAR

@ยังมั่นใจแห่เชียร์ซื้อ PTT

ทั้งนี้จากการสำรวจบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์จำนวน 12 ราย ที่อัพเดทล่าสุด ตั้งแต่ 14 สิงหาคม 2562  พบว่า โบรกเกอร์ 10 รายแนะนำให้ซื้อ ส่วนอีก 2 รายแนะนำให้ถือ โดยราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 53.17 บาทต่อหุ้น ส่วนราคาสูงสุดอยู่ที่  63 บาทของบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)  ส่วนราคาต่ำสุดอยู่ที่ 43 บาท เป็นของบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด

@สตอรี่ข้างหน้าเพียบ

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด  แนะนำ ซื้อหุ้น PTTโดยให้ราคาเป้าหมายที่ 50 บาท หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากผู้บริหาร PTT โดยยืนยันว่ายังเดินหน้าที่จะนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR  เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามเดิม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)  และอยู่ระหว่างการตัดสินใจเกี่ยวกับรายละเอียดที่สำคัญ เช่น อัตราการถือหุ้น, โครงสร้างทางการเงินและราคาขายหุ้น

นอกจากนี้ผู้บริหาร PTT คาดว่าโครงการมาบตาพุดและแหลมฉบัง เฟส 3 จะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 4/2562 โดยรอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่อนุมัติโครงการร่วมทุนแบบ PPP  รวมถึงคณะกรรมการ EEC เตรียมจะทบทวนสัญญาโครงการแหลมฉบังเฟส 3

**คาดกำไรปีนี้กว่า 1 แสนล้าน

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ระบุว่า ยังไม่เห็น downside risk ที่มีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-2564 ของ PTT แม้จะปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC และบริษัท  พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือลง เนื่องจากมี upside จากการปรับเพิ่ม marketing margin ของน้ำมันปลีก ดังนั้นยังคงมุมมองเดิม โดยคาดว่ากำไรสุทธิของ PTT ในปีนี้ที่ 1.03 แสนล้านบาท จากครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 5.53 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปี

**PTTOR ช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้น 3-5 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์  แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)  แนะนำซื้อ  โดย PTT จะมีมูลค่าหุ้นเพิ่มจาก PTTOR ที่จะเข้าจดทะเบียน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ เบื้องต้นคาดว่าจะเลื่อนไปในครึ่งแรกของปี 2563 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นให้กับ PTT ประมาณ 3-5 บาทต่อหุ้น

รวมถึงการที่ PTT เข้าร่วมประมูลโครงการท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบับ เฟส 3 หากบริษัทชนะประมูล ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นได้อีก และคาดว่าบริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลในงวดครึ่งปีแรกที่ 0.80 บาท  คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลเท่ากับ 1.8%

อย่างไรก็ตาม ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2562-2563 ลงเป็น 1.12 แสนล้านบาท และ 1.22 แสนล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 1.21 แสนล้านบาท และ 1.29 แสนล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนกำไรที่ต่ำกว่าคาดในครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น ที่อ่อนแอ  ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3/2562 จะทรงตัวจากไตรมาส 2/2562 เป็นผลจากธุรกิจก๊าซ ธุรกิจผลิตและสำรวจ และน้ำมันที่มีกำไรทรงตัว ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น ฟื้นตัว ตามค่าการกลั่นที่ดีขึ้น แต่สเปรดมาร์จิ้นของปิโตรเคมียังอ่อนแอ ดังนั้นจึงได้ปรับลดราคาเป้าหมายของ PTT ลงมาอยู่ที่ 55 บาท จากเดิมอยู่ที่ 57 บาท