มาตรการรัฐกู้ศก.โต3% ERWมั่นหนุนผลงานQ4

ทันหุ้น – ขุนคลังลั่นแพ็คแกจปั๊มชีพจรเศรษฐกิจเข้า ครม. วันนี้ ช่วยดันจีดีพีทั้งปีโต3% แม้ครึ่งปีแรกจะโตเพียง 2.6% พร้อมดันท่องเที่ยว ด้าน ERW มั่นใจมาตรการรัฐมาถูกทาง ดันช่วงไฮซีซั่น  คงเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมโต 7-10%  เดินหน้าเปิดโรงแรมตามแผนรัฐทรัพย์ ด้านเจดับบลิว แมริออท, ไอบิส สาธร ให้บริการได้ไตรมาส4 ด้านนักวิเคราะห์ให้เป้า 7.10 บาท

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี)ในปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3% แม้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศตัวเลขเศรษฐกิตไตรมาส 2/62 ขยายตัวที่ 2.3% รวมครึ่งปีเดือนขยายตัว 2.6% เนื่องจากรัฐบาลได้มีการออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตต่อไปได้ โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 3.16 แสนล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (20 ส.ค.) และเริ่มใช้ได้ทันที ปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้า คาดว่าจะช่วยกระตุ้นจีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.55%

ในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียนั้นจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาด้วยเช่นกัน ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการแจกเงินคนละ 1 พันบาทนั้น จะเร่งประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะมีการใช้จริง

“สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในขณะนี้ คือการประคับประคองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้จ่าย และนักลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ความเชื่อมั่นอ่อนตัวเร็วและมากเกินไป เนื่องจากกังวลว่าอาจเกิดผลกระทบในวงกว้างได้ และหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำงานได้ดี  สถานการณ์เศรษฐกิจโลกคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี มีโอกาสและความเป็นไปได้ที่ GDP จะขยายตัวได้ที่ 3.5%”

ด้าน นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ระบุว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐฯ ที่เข้ามาจะหนุนให้ผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 4/2561 เร่งตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจากช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาแม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบทั้งจากอัตราแลกเปลี่ยน และความอ่อนแอของเศรษฐกิจโดยรวม แต่จากตัวเลขจริงพบว่านักท่องเที่ยวจีนในกรุงเทพยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในต่างจังหวัดนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวอินเดียยังขยายตัวได้ จึงหวังว่ามาตรการที่มาถูกช่วงเวลาจะกระตุ้นภาพรวมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างมาก

โดยบริษัทยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 7-10% จาก 6,308 ล้านบาทในปี 2561 และประมาณการอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ระดับ 80%  พร้อมเดินหน้าเปิดโรงแรมใหม่ตามกำหนดการ เดือนตุลาคมจะทยอยเปิดโรงแรม 6 แห่งได้แก่ ฮ็อปอินน์ (HOP INN) 4 โรงแรมประกอบด้วย โรงแรมฮ็อปอินน์ แจ้งวัฒนะ 108 ห้อง, ฮ็อปอินน์รังสิต 79 ห้อง, ฮ็อปอินน์ระยอง 79 ห้อง, ฮ็อปอินน์นครปฐม 79 ห้อง  และโรงแรมขนาดกลาง 2 แห่ง คือ โรงแรม เมอร์เคียว สุขุมวิท 24 จำนวน 201 ห้อง และโรงเรม ไอบิส สุขุมวิท 24 จำนวน 300 ห้อง หลังจากช่วงต้นไตรมาส 3/2562 ได้เปิดโรงแรมฮ็อปอินน์ ไปแล้ว 3 โรงแรม สำหรับโรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพที่ปรับปรุงห้องพักและห้องอาหาร รวมถึงโรงแรมไอบิส สาทรที่ปรับปรุงห้องพัก คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2562 นี้ ส่งผลให้สิ้นปี 2562 บริษัทจะมีโรงแรมเปิดให้บริการทั้งสิ้นเพิ่มเป็น 70 แห่งมีห้องพักมากกว่า 9,559 ห้อง จากสิ้นปี 2561 ที่มีโรงแรมทั้งสิ้น 61 แห่ง ห้องพัก 8,485 ห้อง

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ระบุ แม้ ททท. จะปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2562 ลงเหลือ 4.5% จากเดิม 8% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ 40.2 ล้านราย แต่ครึ่งหลังของปี 2562 จะเห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของ ERW จากฐานที่ต่ำ ประกอบกับ ERW ยังคงแผนการเปิดตัวโรงแรมใหม่ 9 แห่ง โดยจะเป็นกลุ่ม Hop Inn 7 แห่ง และ โรงแรมระดับ Mid Scale 2 แห่ง ได้แก่ Mercure and Ibis Sukhumvit 24 รวมทั้งการกลับมาให้บริการห้องพัก 100% ของ JW Marriot หลังเสร็จสิ้นการปรับปรุงห้องพักเฟสสุดท้าย ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์รายได้จากธุรกิจโรงแรมทั้งปี 2562 ที่ 7,246 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 15.75% เมื่อเทียบกับปี 2561 แนะนำ “ซื้อ”  ที่ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท