ในวิกฤติมีโอกาส

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ Dowjonesปรับตัวลง 800 จุด จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย หลัง Bond yield สหรัฐฯ 10 ปี ปรับตัวลงต่ำกว่า Bond yield 2 ปี เกิดภาวะ 2-10 Yield Inversion ครั้งแรก เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ตามมาในอีก 22 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้จากสถิติย้อนหลังดัชนี S&P500 จะปรับตัวขึ้นประมาณ 12-22% หลังเกิด 2-10 Yield Inversion ครั้งแรกประมาณ 1 ปี เพราะเฟดมักจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามมาซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของเราว่าภาครัฐ และธนาคารกลางทั่วโลกคงไม่นิ่งนอนใจกับสัญญาณเตือนดังกล่าว และคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ตามมา

ขณะที่ปัจจัยในประเทศมองเป็นบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนภาครัฐ และการผ่อนคลายมาตรการ LTV สินเชื่อบ้านของ ธปท. เรามองว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาส ณ ระดับ SET Index ที่ 1,600-1,620 จุด คิดเป็น Earnings Yield Gap เกิน 5% (จาก EPS 12 เดือนข้างหน้าที่ 109 และ Bond Yield 10 ปีของไทยที่ 1.52%) ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน

โดยกลุ่มที่มีปัจจัยบวกในช่วงนี้ คือ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT ERW CENTEL) ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเติบโต +4%yoyและ +18%MoMในเดือน ก.ค. ครั้งแรกในรอบ 6 เดือนและมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อจากการชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกง อีกทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศจะกลับมาเติบโตจากนโยบายแจกเงินเที่ยว 1,500 บาท วงเงินงบประมาณ 1.5 หมื่นลบ.

นอกจากนี้มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาฯหลังธปท. ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV กรณีกู้ร่วม โดยถ้าผู้กู้ไม่มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์จะผ่อนปรนเสมือนยังไม่เป็นผู้กู้ในครั้งนั้นโดยผู้ประกอบการที่จับกลุ่มลูกค้าระดับล่างจะได้ประโยชน์มากสุดเพราะส่วนใหญ่ลูกค้ากลุ่มนี้เน้นกู้ร่วม มอง LPN, QH, PSH, ORI และ SPALI เป็นผู้ได้ประโยชน์มากสุดตามลำดับ

สำหรับกลุ่มหุ้นที่ทาง KS research แนะนำมีดังนี้

1) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ CPALL AMATA BTS ORI TFFIF

2) กลุ่มปันผลสูง JASIF LH TISCO TCAP

3) กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากการแข่งขันลดลง (รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด) TRUE DTAC ADVANC INTUCH

4) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก IMO 2020 TOP PRM BGC

5) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนฟื้น AOT ERW MINT CENTEL

6) ปัจจัยบวกเฉพาะตัว CPF GUNKUL TPCH PTT JWD JAS COM7 SAWAD OSP

ประเด็นเศรษฐกิจที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ วันจันทร์ติดตาม GDP (Q2) ของไทย ตลาดคาด 2.4% YoYส่วนของยูโรโซนจะมีรายงาน CPI (ก.ค.) ตลาดคาด 1.1%YoYวันพุธติดตามตัวเลขส่งออกของไทย(ก.ค.) และสินค้าคงคลังน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ วันพฤหัสติดตามรายงานการประชุมของ FOMC และ ECB รวมถึง PMI ภาคการผลิตยูโรโซน (ส.ค.) ตลาดคาด 46.3