EA

EA

ตลาดหุ้นไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงหลุดระดับ 1650 จุดไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1600 จุดจากความกังวลเกี่ยวกับการเข้าสู่ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก แต่ในระยะสั้นน่าจะมีการดีดกลับเหนือระดับ 1590-1600 จุดไปทดสอบแนวต้านที่ 1650 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ธุรกิจ 1.) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล (B100) กลีเซอรีนบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้2.) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย)3.)        ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 4.) ธุรกิจบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และสถานีบริการน้ำมัน เชื้อเพลิงอื่นๆ เพื่อยานยนต์ทุกประเภท รวมถึงกิจการขายปลึกสินค้า ในร้านค้าปรึกทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจศูนย์การค้า พร้อมการให้บริการด้านโลจิสติก (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 5.) ธุรกิจวิจัย และพัฒนา (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย)

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,442 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.39 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 มีกำไรสุทธิ 984 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 6,904 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,653 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.71 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 6,765 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,932 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.79 บาท

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 2/62 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,442 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 458 ล้านบาท หรือ 46% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 985 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 จำนวน 2,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 616 ล้านบาท หรือ 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจ 2,307 ล้านบาท (โดยไม่นับรวมกำไรทางบัญชีที่เกิดจากการรวมธุรกิจ Amita Technologies Inc., ไต้หวันจำนวน 895 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1 ปี 2561)

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/62 นี้บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 715 ล้านบาท หรือ 24% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,926 ล้านบาท และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีรายได้รวม 6,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 869 ล้านบาท หรือ 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยไม่นับกำไรทางบัญชีที่เกิดจากการรวมธุรกิจ Amita Technologies Inc., ไต้หวันจำนวน 895 ล้านบาทที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1 ปี 2561

“รายได้และกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 2/62 ได้รับปัจจัยหนุนที่สำคัญจากการผลิตไฟฟ้าของโครงการหนุมาน โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่แล้วเสร็จและจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ครบทั้ง 260 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา จน ณ ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวมทั้งสิ้น 664 เมกะวัตต์ นอกจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในไตรมาสที่สองของปีนี้ สภาพความเร็วลมดีกว่าที่คาดไว้และดีกว่าปีก่อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นถึง 239% จนมีรายได้ในไตรมาสนี้ 1,015 ล้านบาท ประกอบกับความเข้มของแสงแดดที่สูงกว่าปีก่อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้นกว่าปีก่อน 6% จนมีรายได้ในไตรมาสนี้ 1,674 ล้านบาท สำหรับราคาขายเฉลี่ย มีการปรับเพิ่มสูงตามค่า ft อีกด้วย”

สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล ในไตรมาส 2/62 มีรายได้รวม 827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 806 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ สามารถเพิ่มปริมาณการจำหน่ายได้ถึง 28% อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยยังคงลดลง ตามภาวะราคาวัตถุดิบที่ลดลงเนื่องมาจากผลผลิตปาล์มที่ล้นตลาด อีกทั้งมีการแข่งขันทางด้านราคา เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาด

ส่วนของธุรกิจกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ในไตรมาส 2/62 รายได้รวม 58 ล้านบาท ลดลง 18 ล้านบาท หรือลดลง 24% โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปทานในตลาดภูมิภาคเพิ่มขึ้น จากการที่ประเทศอินโดนีเซียเร่งผลิต B100 ตามนโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียที่บังคับใช้ B20 ส่งผลให้มีการผลิตกลีเซอรีนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ออกมามากขึ้นด้วย จนราคาขายปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศมากขึ้นจึงมีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 16%

แผนการดำเนินงานในปีนี้ และปี 2563 บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 9,200 ล้านบาท โดยเน้นน้ำหนักไปที่โครงการผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนเฟสแรก ขนาดกำลังการผลิต 1 GWh ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อนำไปใช้ในโครงการยานยนต์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการลงทุนสร้างโรงผลิตกรีนดีเซลและพีซีเอ็มที่เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มขั้นสูงและเป็นลิขสิทธิ์ของกลุ่มบริษัทเอง สามารถส่งออกและทดแทนการนำเข้า โดยเงินที่ใช้สำหรับการขยายการลงทุนในครั้งนี้มาจากกระแสเงินสดของบริษัทฯ และเงินกู้ยืมระยะยาว โดยในส่วนของธุรกิจใหม่ทั้งหมดจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า ผลักดันให้รายได้และกำไร ในปี 2562-2563 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

EA มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 56.92 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 62.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 51.00 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคหลังจากปรับตัวลดลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 50.00 ลงไป ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 47.00 และ 44.00 เป็นแนวรับของการปรับฐาน ในขณะที่แนวต้านของการฟื้นตัวในระยะสั้นอยู่ที่ 50.00 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 55.00

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ