MGT เร่งปิดดีลพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น จ่อบุ๊ครายได้เมียนมา 10 ล้าน

ทันหุ้น – MGT เล็งปิดดีลพันธมิตรญี่ปุ่นภายในปีนี้ คาดใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท ส่วนทิศทางครึ่งปีหลังเชื่อเติบโตกว่าครึ่งปีแรก ออร์เดอร์ไหลเข้าอื้อ จ่อบุ๊กรายได้จากเมียนมาครั้งเเรกในไตรมาส 3/2562 ราว 10 ล้านบาท

ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อการศึกษาเข้าลงทุนในธุรกิจการผลิตกราไฟต์ (สารป้องกันการเกิดไฟไหม้) ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ บริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรทางมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น โดยสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทนั้นปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะถือหุ้นที่สัดส่วน 30% หรือ 50%  คาดได้ข้อสรุปชัดเจนภายในปีนี้ เบื้องต้นคาดใช้งบลงทุนราว 4 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 150 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทเอง คาดว่าจะใช้เพื่อเช่าโรงงานในประเทศไทย และเพิ่มห้องปฏิบัติการในการผลิต

ญี่ปุ่นจ้างผลิตในไทย

อย่างไรก็ตามการลงทุนครั้งนี้ บริษัทมองว่าพันธมิตรญี่ปุ่น มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตกราไฟต์ เเละที่ผ่านมาทางประเทศญี่ปุ่น ได้มีการว่าจ้างให้ประเทศจีนผลิตสินค้าดังกล่าว เพื่อส่งกลับไปขายในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการกรณีพิพาทสงครามการค้าระหว่าง จีนเเละสหรัฐ บานปลายจึงทำสถาการณ์ไม่ค่อยชัดเจน

ดังนั้นประเทศญี่ปุ่นจึงได้มีการกระจายความเสี่ยง ในการจ้างผลิตมายังประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกแก่บริษัท เบื้องต้นหากขั้นตอนดังกล่าวเเล้วเสร็จ บริษัทตั้งเป้าผลิตที่ 200 ต้นในปีเเรก เพื่อส่งไปประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด และตั้งเป้ากำลังการผลิตในช่วง 2-3 ปี(2563 -2565) ที่ 5,000 – 10,000 ต้น อย่างไรก็ดีบริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในประเทศเมียนมา ปัจจุบันบริษัทได้จำหน่ายสินค้าผ่าน Prime Index Co.ltd., เมียนมา อาทิ ประเภทกระดาษพิมพ์ หมึกพิมพ์ และสินค้าเกี่ยวกับแอร์คอนดิชั่นระบบต่างๆ บนตึกสูง คาดว่าในปีนี้บริษัทจะรับรู้รายได้เข้ามาช่วงไตรมาสที่ 3/2562 เป็นปีแรก ประมาณ 10 ล้านบาท

 **ครึ่งปีหลังโตต่อ

ทั้งนี้บริษัทประเมินทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังปี 2562 โดยปกติผลการดำเนินงานจะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก เพราะบริษัทยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตที่ 850 ล้านบาท จากปีก่อน 521.03 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้มีการปรับประมาณการใหม่ ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของธุรกิจโดยรวมในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเติบโตราว 950 ล้านบาท