AMCเปิดช่องทำเงินไตรมาส3 โชว์ผลงานQ2พลิกกำไร542%

ทันหุ้น – AMC ฉายแววผลงานไตรมาส 3/2562 โตต่อเนื่อง เชื่อรัฐฯ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปต่อได้ โชว์ฟอร์มงบไตรมาส 2/2562 พลิกมีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท จากฐานลูกค้าที่ขยายตัวส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้น พร้อมคุมเข้มต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารคลังสินค้า

นายชูศักดิ์ ยงวงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและกรรมการ บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ AMC เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/2562 คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2562 เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังปี2562 เศรษฐกิจภายในประเทศจะมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยปัจจัยผลักดันหลักๆ มาจากการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ของภาครัฐ

ครึ่งหลังดีต่อเนื่อง

รวมไปถึงการดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นของบริษัท ภายหลังจากช่วงที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ ตลอดจนการคุมเข้มต้นทุนวัตถุดิบ และการใช้อัตรากำลังการผลิต เพื่อให้สอดคล้องตามปริมาณคำสั่งซื้อที่ขยายตัวให้ได้มากที่สุด โดยปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบการผลิตและปรับปรุงเครื่องจักรให้สามารถรองรับการผลิตที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

จากการปรับโครงสร้างการบริหารภายในใหม่ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศในช่วงครึ่งหลังปี 2562 ทำให้บริษัทคาดหวังว่ารายได้รวมในช่วงสิ้นปีนี้จะมีการเติบโตที่ใกล้เคียง หรือมีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 6,345.01 ล้านบาท

“ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2562 และ 4/2562 คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักๆ มาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ทั้งขยายช่องทางการจำหน่ายและขยายฐานลูกค้า รวมไปถึงการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนทางการผลิต ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเครื่องจักรให้มากขึ้น ทั้งนี้ คงต้องจับตารอดูที่ปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศด้วยว่าฟื้นตัวดีขึ้นหรือเปล่า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการที่มีผลต่อคำสั่งซื้อของบริษัท”นายชูศักดิ์ กล่าว

พลิกทำกำไรQ2

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 102.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 125.87 ล้านบาท หรือมีการเติบโต 542.57% ในขณะที่รายได้จากการขายในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 1,338.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 88.70 ล้านบาท หรือเติบโต 7.1% หลักๆ เป็นผลมาจาการขยายฐานลูกค้าส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้น

ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 8% หรือเท่ากับกำไรขั้นต้นเท่ากับ 107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 75.71 ล้านบาท หรือเติบโต 5.5% ของอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลง 16.50 ล้านบาท หรือคิดเป็น 27.09% ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากต้นทุนขายและบริการลดลงอันเนื่องมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารคลังสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น