CBGโหมการตลาดดันยอด ปั๊มรายได้ครึ่งหลังโต15%

ทันหุ้น –CBG แย้มครึ่งปีหลังรายได้โต 15% เน้นการเติบโตจากตลาดต่างประเทศจีน เมียนมา เวียดนาม เผยปีนี้คาดมาร์จิ้นส่งออกกระป๋องเพิ่มเป็น 48-49% คาดครึ่งปีหลังใช้งบการตลาดไม่เกิน 100 ล้านบาท เน้นทำการตลาดพบสาวบาวแดงพบโชค ดันยอดขายเติบโต เล็งออกสินค้าใหม่ต้นปีหน้า 2-3 ผลิตภัณฑ์

นายพงศานติ์ คล่องวัฒนกิจ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยว่า สำหรับครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้จะเติบโตราว 15% สูงกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 7.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% โดยครึ่งปีหลังบริษัทได้มีการวางจำหน่าย “คาราบาว แคน” กลิ่นกรีน แอปเปิ้ล ใน 7-eleven ขนาด 180 มิลลิลิตร ที่ได้รับการตอบรับที่ได้จากลูกค้า ทำให้บริษัทเชื่อว่ายอดขายจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉลี่ยทั้งปีคาดว่ารายได้จะเติบโตได้ราว 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.45 หมื่นล้านบาท

อีกทั้งบริษัทยังเดินหน้าทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง โดยครึ่งปีหลังบริษัทมีโครงการ “พบสาวบาวแดงพบโชค” คาดว่าจะทำการตลาดไปถึงช่วงต้นปีหน้า โครงการดังกล่าวจะมีการใช้โชคแก่ลูกค้าที่ดื่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท และแอดไลน์เพื่อร่วมลุ้นรางวัล โดยบริษัทเชื่อว่าโครงการนี้จะเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) อย่างมาก สำหรับครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะใช้งบการตลาดไม่เกิน 100 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังศึกษาออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2-3 ผลิตภัณฑ์ จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการปรับสูตรความหวาน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนมากที่สุด และยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาที่จะปรับราคาขายในระยะสั้น

*ลดต้นทุนดันมาร์จิ้นพุ่ง

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่ดีจากโรงงานผลิตกระป๋องอลูมิเนียม (ACM) ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท SHOWA DENKO Group จากญี่ปุ่น ซึ่งมีการผลิตกระป๋องใช้เอง กำลังการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ราว 60% คาดว่าครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ 70-80% และมีความเป็นไปได้ที่จะเดินเครื่องได้ 100% ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนลดลง โดยมาร์จิ้นไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 43.8% คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะเพิ่มอีก 4% ทำให้ทั้งปีนี้คาดว่ามาร์จิ้นของกระป๋องจะอยู่ที่ 48-49%

อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากตลาดในประเทศบริษัทจะเน้นขยายตลาดต่างประเทศ ได้แก่ตลาดในประเทศจีน โดยปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนจำหน่าย จำนวน 600 ราย หรือราว 22 มณฑล ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องจึงทำให้ที่ผ่านมามีออเดอร์ใหม่หมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางการจำหน่ายอย่างสถานีปั๊มน้ำมัน และช่องทางดั้งเดิมหรือTraditional Trade คาดว่าปี 2565 จะมีออเดอร์จากจีนทั้งรูปแบบขวดและกระป๋องกว่า 600 ล้านหน่วย จากปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 100 ล้านกว่าหน่วย

*รุกฐานเมียนมา-เวียดนาม

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในจีนสำหรับเครื่องดื่มชูกำลังราว 1% คาดว่าปี 2565 จะเพิ่มเป็น 3-4% สำหรับการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังปีนี้ของจีนคาดว่าจะอยู่ที่ 8% นอกจากตลาดจีนแล้ว ตลาดเมียนมา และเวียดนามจะเป็นอีก 2 ตลาด ที่บริษัทให้ความสำคัญมาก โดยบริษัทเตรียมเข้าไปมีส่วนร่วมทำการตลาด คาดว่าปีหน้าตลาดเมียนมาจะทำยอดขายได้ 150 ล้านกระป๋อง ส่วนเวียดนามคาดว่าจะทำยอดขายได้ 100 ล้านกระป๋อง จากปีนี้ที่ และเชื่อว่าจะเติบโตต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจในอังกฤษ อย่าง บริษัท Intercarabao Limited (ICUK) ยังเดินหน้าลดต้นทุนต่อเนื่อง ทำให้ผลประกอบจะทยอยลดการขาดทุน ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีผลขาดทุนลดลงมาอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีผลขาดทุนราว 300 ล้านบาท