BPPลุงทุนโซลาร์จีนต่อยอด รับรู้ทันที25.22MWไตรมาส3

ทันหุ้น –BPP เล็งรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ Jixin ในจีน กำลังการผลิต 25.22 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 3/2562 ทันที ดันกำลังผลิตไฟฟ้าในจีนแตะ 177.32 เมกะวัตต์ ขระที่มองโอกาสลงทุนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มเติม หวังเดินตามเป้า 4,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 ฟากโบรกมองกำไรปีนี้ 5.2 พันล้านบาท ธุรกิจยังมีอัพไซด์ 27.4% ประเมินราคาเหมาะสม 26.50 บาท

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า ได้มีการได้ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วเพิ่มเติมอีก 1 โครงการ ในประเทศจีน ผ่านบริษัท BPP Renewable Investment Co., Ltd ซึ่ง BPP ถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Jixin มีกำลังการผลิต 25.22 เมกะวัตต์ ณ มณฑลเจียงซู ประเทศจีน มูลค่าการลงทุน 189.15 ล้านหยวน อัตรารับซื้อไฟฟ้า (FIT) ที่ราคา 1 หยวนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

*รับรู้รายได้ทันที

ทั้งนี้ BPP จะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าดังกล่าวในไตรมาส 3/2562 ทำให้ปัจจุบัน BPP มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจีนทั้งสิ้นรวม 7 โครงการ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด 177.32 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ BPP ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิต 4,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568โดยเน้นการลงทุนในตลาดที่มีความเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าและมีนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 2/2562 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,140 ล้านบาท ลดลง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรวมผลขาดทุนจากการแปลงค่าสกุลงินแล้วจำนวน 100 ล้านบาท จากการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับทั้งสกุลเงินหยวนและสกุลเงินดอลลาร์ ผลกำไรดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งคือหงสา และบีแอลซีพี ที่สามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงสามารถผลิตและจ่ายไฟฟ้าเพื่อตอบรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน

*ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 27%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าผลกระกอบการไตรมาส 2/2562 ของ BPP เป็นไปตามคาดโดยกำไรจากธุรกิจหลักในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 1.25 พันล้านบาท (ลดลง 14.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 14.0% จากไตรมาสก่อนหน้า) เป็นไปตาม Bloomberg consensus ซึ่งเมื่อรวมขาดทุนพิเศษ 115 ล้านบาทจะทำให้กำไรสุทธิใน ไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 1.14 พันล้านบาท (ลดลง 39.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 9.1% จากไตรมาสกก่อนหน้า )

ทั้งนี้ กำไรจากธุรกิจหลักในครึ่งปีแรกปี 2562 อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท คิดเป็น 52.0% ของประมาณการกำไรปีนี้ ยังคงราคาป้าหมาย DCF ปี 2562 ไว้ที่ 26.50 บาท ซึ่งยังมี Upside จากราคาตลาดอีกถึง 27.4%  และคงประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักในปี 2562 เอาไว้ที่ 5.2 พันล้านบาท เติบโต 7.5% จากปีก่อน และมองว่าความชัดเจนเรื่องความล่าช้าของกำหนด SCOD โรงไฟฟ้า Shanxi Lu Guang power plant (คาดว่าจะเริ่ม SCOD ได้ใน ไตรมาส 2/2563 เป็นอย่างเร็ว) และโครงการพลังงานลมในเวียดนาม (ขนาด 80 เมกะวัตต์  กำหนด SCOD ในปี 2563-2564) จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญในระยะสั้น