PTT ชี้สถานการณ์น้ำมันดิบ-น้ำมันสำเร็จรูปวันที่ 5-9 ส.ค.62 และคาดการณ์วันที่ 12-16 ส.ค.62

ปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

· สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนลุกลาม หลังจีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบกว่าสิบปี ธนาคารแห่งประชาชนจีน (People’s Bank of China: PBOC) แถลงค่าเงินหยวนของจีน (Yuan) ลดลงแตะระดับ 7.0211 หยวน/เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (เนื่องจากสหรัฐฯเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจีนเพิ่มเติม)

· Census Bureau ของสหรัฐฯ รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบในเดือน มิ.ย. 62 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 260,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 3.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเกาหลีใต้นำเข้าเพิ่มขึ้น แซงหน้าแคนาดา ขึ้นเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐฯ สูงที่สุด ที่ 610,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่จีนนำเข้า 290,000 บาร์เรลต่อวัน สูงสุดตั้งแต่ มิ.ย. 61

· EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 ส.ค. 2562 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 2.4 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 438.9 ล้านบาร์เรล

· ICE รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 ส.ค. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 12,773 สัญญา มาอยู่ที่ 267,006 สัญญา

ปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

· วันที่ 5 ส.ค.62 กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอิรัก บริเวณอ่าวเปอร์เซียโดยตั้งข้อหาลักลอบขนน้ำมันเถื่อน อนึ่งประเทศออสเตรเลียตอบรับส่งเรือรบร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุส

· Baker Hughes Inc. รายงานจำนวน Rig ขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 6 แท่น มาอยู่ที่ 764 แท่น ลดลงต่อเนื่อง 6 สัปดาห์สู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 61

· Reuters รายงานซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันดิบ เดือน ก.ค. 62 ลดลงจากเดือนก่อน 180,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแผนผลิตต่ำกว่าระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงเดือน ก.ย. 62

· CFTC รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 ส.ค. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับ Net Long Position เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 8,660 สัญญา มาอยู่ที่ 169,582 สัญญา
แนวโน้มราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายล่วงหน้าปิดตลาดวันที่ 12 ส.ค. 62 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังจาก International Energy Agency (IEA) ปรับคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี พ.ศ. 2562 และพ.ศ. 2563 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า และประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC อาทิ รมว.กระทรวงน้ำมันคูเวต ให้สัมภาษณ์ว่าคูเวตให้ความร่วมมือในการลดปริมาณการผลิตอย่างเคร่งครัด โดย compliance rate ในเดือน ก.ค. 62 อยู่ที่ 160%

นอกจากนั้นการเมืองโลกตึงเครียด รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน นาย Mohammad Javad Zarif กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้จุดชนวนความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการส่งกำลังทหารและยุทโธปกรณ์มายังอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่เดือน พ.ค. 62 ขณะที่ รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิรัก นาย Mohammed al-Hakim ได้ส่งข้อความผ่านทาง Twitter ว่าอิรักสนับสนุนการเจรจาโดยสันติเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แทนการใช้กำลังทหารมากดดัน

อย่างไรก็ดีให้ติดตามสถานการณ์ไม่สงบในฮ่องกง แม้ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้ยุติการปิดสนามบินแล้ว แต่ยังคงชุมนุมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ นอกจากนั้นมีข่าวบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดิอาระเบีย Saudi Aramco ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่จะซื้อหุ้น 20% ในธุรกิจ oil-to-chemicals ของ Reliance Industries ในอินเดียมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และประกาศถึงความพร้อมในการดำเนินการเสนอขายหุ้นบริษัท Saudi Aramco ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering – IPO) แต่ระยะเวลาของการดำเนินการนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดที่เหมาะสม โดยรัฐบาลซาอุดิอาระเบียจะเป็นผู้ตัดสินใจ

ด้านเทคนิคสัปดาห์นี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 56.5-60.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 51.5-55.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ Dubai จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 56-60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงจากแรงขายของอินเดีย และไต้หวันประกอบกับ Reuters รายงาน วันที่ 5 ส.ค. 62 บริษัท JXTG Nippon Oil & Energy ประกาศโรงกลั่นน้ำมัน Sendai ในญี่ปุ่น (กำลังการกลั่น 145,000 บาร์เรลต่อวัน) กลับมาดำเนินการ หลังปิดซ่อมบำรุงมาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 62 และโรงกลั่นน้ำมัน Galveston Bay (กำลังการกลั่น 585,000 บาร์เรลต่อวัน) ในสหรัฐฯ ของ Marathon Petroleum Corp. มีแผนกลับมาเดินเครื่องหน่วย Ultraformer 4 Catalytic Reformer (กำลังการกลั่น 62,000 บาร์เรลต่อวัน) ในวันที่ 10 ส.ค. 62

อีกทั้ง EIA รายงานปริมาณน้ำมันสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 ส.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 4.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 235.2 ล้านบาร์เรล และ International Enterprise Singapore (IES) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุด 7 ส.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 290,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 10.28 ล้านบาร์เรลสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม สำนักสถิติของอินโดนีเซียรายงานปริมาณนำเข้าน้ำมันเบนซิน เดือน มิ.ย. 62 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 13.4 % มาอยู่ที่ระดับ 11.97 ล้านบาร์เรล โดยนำเข้าน้ำมันเบนซิน 88 RON เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 16.49 % มาอยู่ที่ 6.89 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี เพราะความต้องการใช้ช่วงเทศกาล Eid-al Fitr แข็งแกร่ง ด้านเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันเบนซิน จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 65-69 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงจากแรงขายของไต้หวัน และอินเดีย อีกทั้ง Platts รายงานความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในเอเชียลดลง แต่อุปทานยังคงหลั่งไหลมาที่สิงคโปร์ ด้านปริมาณสำรอง EIA รายงานปริมาณน้ำมันสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ที่สหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 ส.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 1.6 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 137.5 ล้านบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม บริษัท Hindustan Petroleum Corp. (HPCL) ในอินเดียมีแผนปิดหน่วย Hydro Desphuriser ของโรงกลั่น Vizag (กำลังการกลั่น 166,000 บาร์เรลต่อวัน) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 62 – 30 ต.ค. 62 และโรงกลั่น Mumbai (กำลังการกลั่น 150,000 บาร์เรลต่อวัน) มีแผนปิดหน่วย Desphuriser ประมาณ 15 – 20 วัน ในเดือน ธ.ค. 62 เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซล ตามกฎ Euro-VI ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 63

ด้านปริมาณสำรอง IES รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุด 7 ส.ค. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 520,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 9.89 ล้านบาร์เรลต่ำสุดในรอบ 12 สัปดาห์ ด้านเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันเบนซิน จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 75-79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com