TPOLYเป้างาน3.6พันล. โรงไฟฟ้าชุมชนเข้าทาง

ทันหุ้น – TPOLY เปิดเหตุเครื่องติดโกยงานก่อสร้างเพียบ ชี้โรงพยาบาลปลื้มดันงานกระฉูด แย้มกันยายน 2562 คว้าโปรเจ็กต์ใหม่อีก 2 โครงการ  2 พันล้านบาท ตั้งเป้าปีนี้รับงานเพิ่มอีก 3.6 พันล้านบาท โกยรายได้ 4 พันล้านบาท พร้อมแบ็กล็อคเหลือต่อปีหน้าอีก 8 พันล้านบาท เปิดเกมเดินหน้าลุยโรงไฟฟ้าชุมชนตามนโยบายรัฐมนตรีพลังงาน

“บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)” หรือ TPOLY” นับเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่น่าจับตา จากการประกาศคว้างานอย่างต่อเนื่องในปีนี้

โดยนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ประกาศเซ็นสัญญางานเกินกว่า 3 พันล้านบาท

อาทิโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลกรุงเทพ จันทบุรี มูลค่า 259.50 ล้านบาท  งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน (สยาม พาวเวอร์) มูลค่า 990 ล้านบาท โครงการก่อสร้างโรงพยาบาล ซีจีเอส ลำลูกกา มูลค่า 439.50 ล้านบาท,

โครงการเซ็นทรัลวิลเลจ มูลค่าโครงการ 255 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างอาคารวิชาการและวิจัยทางการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มูลค่าโครงการ 774 ล้านบาท

โครงการ Mercure Hotels Samui Chaweng Beach เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎ์ธานี  211 ล้านบาท, โครงการอุบลราชธานี คอนโดมิเนียม  230 ล้านบาท และโครงการเอสเซ็นท์ นครราชสีมา คอนโดมิเนียม  194.50 ล้านบาท

เป็นการคว้างานที่โดดเด่น ท่ามกลางธุรกิจก่อสร้างที่วันนี้กำลังรองานภาครัฐ ขณะที่ส่องดูอัตรากำไรขั้นต้นก็ค่อนข้างสูงมากกว่า 25%

@เป้ารับงานอีกปีนี้ 3.6 พันล.

นายปฐมพล สาวทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY เปิดเผยว่า งานที่แจ้งในตลาดหลักทรัพย์ คืองานที่บริษัทได้คว้ามาแล้วตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา และทยอยเซ็นสัญญา ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถบันทึกเป็นมูลค่างานในมือ (Backlog) ได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 8,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ปีนี้ราว 4,000 ล้านบาท

ขณะที่แนวโน้มในการรับงานใหม่ยังมีต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทมีความสนใจที่จะยื่นประมูลงานใหม่ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน มูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าจะได้รับงานราว 20-30% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.6 พันล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้บริษัทหางานใหม่เข้ามาได้แล้วกว่า 1 พันล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งหลังปีจะหางานใหม่เข้ามาได้เพิ่มอีก 2.5 – 2.6 พันล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทคาดว่าภายในช่วงเดือนกันยายนนี้ จะได้รับการเซ็นสัญญาโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 2 โครงการ มูลค่ารวม 2 พันล้านบาท ทั้งนี้จากการรับงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้เป้า 3.6 พันล้านบาท เมื่อหักลบกับการรับรู้รายได้ 4,000 ล้านบาท จะทำให้บริษัทยังมีงานที่จะไปรับรู้ต่อเนื่องในปีหน้า ทั้งที่เซ็นสัญญาและยังไม่เซ็นสัญญาอีกราว 7,600-8,000 ล้านบาท

“สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2562 นี้ เชื่อว่าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากคาดว่าภาครัฐจะทยอยเปิดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่องไปอีก 2 – 3 ปี ข้างหน้า (2562 – 64) ซึ่งโครงการ Mega project ยังมีอีกจำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 1.7 แสนล้านล้านบาท นอกจากนี้ ยังไม่นับรวมงานโครงการของภาคเอกชนที่จะเกิดขึ้นล้อไปกับโครงการภาครัฐ เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม โรงเรียน และโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งโครงการเหล่านี้บริษัทค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญ”

@ เคล็ดโกยงานเข้าพอร์ต

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ TPOLY ประสบความสำเร็จในการโกยงานเข้าพอร์ตและมีมาร์จิ้นสูง นายปฐมพล ระบุว่า เนื่องจากบริษัทได้รับการยอมรับในด้านของคุณภาพจากการเป็นผู้รับเหมาะที่เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลที่มีรายละเอียดที่ต้องมีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ ทำให้เกิดการยอมรับและมีงานด้านการก่อสร้างโรงพยาบาลเข้ามาเป็นจำนวนมาก  ขณะเดียวกันในด้านงานก่อสร้างด้านอื่นที่ต้องการคุณภาพก็ติดต่อเข้ามาด้วย

นอกจากนี้บริษัทยังมีทีมทำงานที่ชัดเจน ทั้งทีมด้านรับเหมาโรงพยาบาล คอนโดมีเนียม โรงแรม โรงเรียน ทำให้บริษัทสามารถที่จะรองรับงานได้ต่อเนื่อง

@ลุยโรงไฟฟ้าชุมชน

ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า ผ่านบริษัท บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) TPCH  ก็มีแนวโน้มในการเติบโตต่อเนื่อง โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการ โรงไฟฟ้าชุมชน  โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน เนื่องจากมองว่าในแต่ละชุมชนในปัจจุบันมีขยะเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ก็ยังมีการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ซึ่งได้เข้าไปสำรวจทั้งในประเทศกัมพูชา, สปป.ลาว, เวียดนาม และเมียนมาคาดว่าในปี 2563 จะได้เห็นข้อสรุปการลงทุนในประเทศเมียนมาเป็นประเทศแรก ซึ่งมองว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนฐานรายได้ประจำให้มีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 4 โครงการ มูลค่า 3.3 พันล้านบาท ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า TPCH 1 ขนาดกำลังผลิต 10 เมกะวัตต์ (MW) และ TPCH 2 ขนาดกำลังผลิต 10 MW คาดจะสามารถทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 4/2562 หรือต้นไตรมาส 1/2563 ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าปัตตานี ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 23 MW และ โครงการโรงไฟฟ้า TPCH 5 ขนาดกำลังผลิต 5MW คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นไป ส่งผลให้ภายในปี 2563 บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบกว่า 108 MW จากปัจจุบันที่มีแล้ว 60 MW

ด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการปรับหน้าดินของที่ดินแปลงใหม่ ขนาด 34 ไร่ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการที่พักอาศัย Greenwich Grand ซึ่งนับเป็นโครงการที่พักอาศัยโปรเจ็กต์ที่ 3 ของบริษัท โดยรูปแบบมีทั้งแบบบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด รวมกันกว่า 140 ยูนิต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแบบก่อสร้าง เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดจองซื้อ (Presale) ได้ภายในช่วงไตรมาส 2/2563 เป็นต้นไป ขณะที่โครงการ Greenwich Prime ปัจจุบันมีสิ้นค้าเหลือขายอีกเพียง 13 ยูนิต คาดว่าจะสามารถปิดโครงการได้ภายในสิ้นปี 2562 นี้เป็นต้นไป