AGEกำไรครึ่งปีพุ่ง93.10% กอดออเดอร์ในมือล้านตัน

ทันหุ้น – AGE กวาดกำไรครึ่งปีแรก 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านผู้บริหารเผยทิศทางครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง แย้มมีออเดอร์ถ่านหินรอส่งมอบแล้วกว่า 1 ล้านตัน รุกขยายฐานลูกค้าในประเทศเพิ่ม พ่วงการทำตลาดในเวียดนาม-กัมพูชา-จีน มากขึ้น

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2562 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ว่า บริษัทมีรายได้ 1,715 ล้านบาท ลดลง 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,048 ล้านบาท โดยมีรายได้จากธุรกิจขายถ่านหินอยู่ที่ 1,611.3 ล้านบาท และ รายได้จากธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำ และทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้า 103.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 71.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 46.5 ล้านบาท

ครึ่งปีกำไรพุ่ง 93.10%

ส่วนผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีแรก 2562 ของบริษัทมีรายได้รวม 3,365.3 ล้านบาท ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 3,639.9 ล้านบาท มีปริมาณขายถ่านหิน อยู่ที่ 1.45 ล้านตัน ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 78.6 ล้านบาท จากมาตรการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลดต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งทางบกและทางน้ำจากการใช้บริการของบริษัทในเครือ

“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2562 ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ จากมาตรการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขยายฐานลูกค้าในประเทศ และรายได้จากธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น” นายพนม กล่าว

ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อเชีย กรีน เอนเนอจี(AGE) กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากหลายๆ ด้านทั้งปัจจัยเศรษฐกิจ สงครามการค้า และการแข่งขัน แต่บริษัทก็ยังคงรักษาระดับมาตรฐาน รวมถึงยังคงเน้นเจาะตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจุบันบริษัทมียอด ออเดอร์ถ่านหินที่รอการส่งมอบให้กับลูกค้าแล้วกว่า 1 ล้านตัน

ขยายการให้บริการ

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการขยายการให้บริการในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์ ด้านขนส่งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้า มากขึ้น โดยได้ดำเนินการสั่งต่อเรือเพิ่มอีก 16 ลำหลังจากได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก EXIM BANK ในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะทยอยส่งมอบได้ทั้งหมดในปี 2563 ส่งผลให้บริษัทฯ มีจำนวนกองเรือลำลียง เพิ่มขึ้นเป็น จำนวน 40 ลำ จากปี 2562 ที่มีเรือลำเลียง จำนวน 24 ลำ