WHAกำไรกระฉูดทะลุพันล. ยอดขายที่ดิน-มาร์จิ้นหนุน

ทันหุ้น – WHA ซดกำไรสุทธิไตรมาส2/2562 พุ่งกระฉูด 1,051.91 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 303.03 ล้านบาท จากยอดขายที่ดินในนิคมและการลงทุนในธุรกิจอสังหา  โบรกมองครึ่งปีหลังดีต่อเนื่อง จากการขายที่ดินที่สูงขึ้นและการขายทรัพย์เข้ากอง WHART และ HREIT หนุนทั้งปี2562 มีกำไรสุทธิ 3.4พันล้านบาท

นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ(ตลท.)ว่าผลประกอบการไตรมาส2/2562บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,051.91 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 303.03 ล้านบาท  ขณะที่ผลดำเนินงานงวด6 เดือนแรกปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,458.52 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,082.94 ล้านบาท

โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 51.9 และ 25.7 สําหรับงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี2562

เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รวมถึงการเพิ่มขึ้นรายได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามถ้าไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้รวมจากการดําเนินงานปกติจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 และ 19.6

รายได้ขายที่ดินหนุน

ส่วนรายได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 48.2 และ 32.3 สําหรับงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี2562 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจํานวนที่ดินที่โอนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่ดินจํานวนมากในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้อัตรากําไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 61.4 และ 57.0 สําหรับงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี2562 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักจากการปรับราคาขายที่ดินและการบริหารต้นทุนการก่อสร้างที่ดีขึ้น

ทางด้านรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.0 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเนื่องมาจากบริษัทบันทึกรายได้รอการตัดบัญชีจากการจําหน่ายทรัพย์สินให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ บิสซิเนส คอมเพล็กซ์(“WHABT”) เมื่อวันที่6 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 เพราะว่ายังคงมีภาระค่าใช้จ่ายในอนาคตตามสัญญารับประกันกําไรจากการดําเนินงานขั้นตํ่า จึงพิจารณาว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีนัยสําคัญยังไม่ได้โอนไปยังผู้ซื้อ ต่อมาในระหว่างงวดพ.ศ. 2562 บริษัทกลับรายการรายได้รอการตัดบัญชีดังกล่าว จํานวนเงิน 2,100.6 ล้านบาท เข้างบกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จในงวดนี้เนื่องจากบริษัทพิจารณาทบทวนภาระค่าใช้จ่ายในอนาคตตามสัญญารับประกันกําไรจากการดําเนินงานคงเหลือพบว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีอยู่ไม่มีนัยสําคัญแล้ว

เป้าพื้นฐาน 5.60บาท

ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงร้อยละ 17.6 และ 14.5 สําหรับงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี2562จากการลดลงของต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย ซึ่งเป็นผลมาจากการคืนเงินกู้และหุ้นกู้ด้วยการออกหุ้นกู้ที่มีต้นทุนทางการเงินที่ตํ่ากว่า

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 5.60 บาท (อิง 2020PBV 2.7x เทียบเท่า Avg.PBV+1.5SD) สะท้อนความเชื่อมั่นต่อหุ้นนิคมมากขึ้นภายหลังการเมืองและการลงทุนของภาครัฐในพื้นที่ EEC ที่มีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายที่ดินที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น จึงยังเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” สะสม หุ้น WHA

อีกทั้งคาดว่าผลการดำเนินงานที่จะเพิ่มขึ้นสูงในช่วงครึ่งปีหลัง2562 จากยอดโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้น, Cost of fund ที่ลดลงภายหลังการไถ่ถอนหุ้นกู้ของ Hemraj จำนวน 2.5 พันล้านบาท, และรายได้จากการขายทรัพย์เข้ากอง WHART และ HREIT เป็นปกติในไตรมาส4/2562  โดยยังไม่รวมรายได้จากการขายให้แก่ Alibaba phase I พื้นที่ 1.3 แสนตร.ม. ที่คาดว่าบริษัทจะสามารถโอนได้ในช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. ปีนี้

โดยฝ่ายวิจัยยังคงกำไรสุทธิปี 2562 ขยายตัว 18%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลัง2562   จะเพิ่มขึ้นสูงเป็นปกติ คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 2.1 พันล้านบาท (+18%YoY) จาก 1. รายได้จากการขายที่ดินที่สูงขึ้น ตามฐาน Backlog ณ สิ้นครึ่งปีแรก2562  อยู่ที่ 448 ไร่ (รวมยอด pre-sale ไตรมาส2/2562 ที่ 180 ไร่) ซึ่งเชื่อว่าทยอยโอนกว่า 90% ในครึ่งปีหลัง2562  ซึ่งสูงกว่ายอดโอนในครึ่งปีหลัง2561 ที่ 282 ไร่

และ 2. Cost of fund ที่ลดลงภายหลังการไถ่ถอนหุ้นกู้ 2.5 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส3/2562  ในขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง2562  จะเพิ่มขึ้น +78%HoH จากการขายทรัพย์เข้ากอง WHART และ HREIT เป็นปกติในไตรมาส4/2562 จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 3.4 พันล้านบาท (+18%YoY) ทั้งนี้ยังไม่รวมผลจากการขายให้แก่ Alibaba phase I พื้นที่ 1.3 แสนตร.ม. ที่คาดว่าบริษัทจะสามารถโอนได้ในช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. ปีนี้ และเชื่อว่ากำไรสุทธิปี2563 จะเพิ่มขึ้น 8% จากยอดขายที่ดินที่จะสูงขึ้น และพื้นที่ให้เช่าใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2562 จากลูกค้า E-commerce ในประเทศที่สูงขึ้น