จับตาEAแจ้งงบ กำไรชน1.4พันล. บุ๊กเต็ม664เมก

ทันหุ้น –จับตา EA อวดผลงานไตรมาส 2/2562 วันนี้ (9 ส.ค.62) นักวิเคราะห์คาดเติบโตโดดเด่นกำไรแตะ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เพราะเป็นไตรมาสแรกที่ COD โรงไฟฟ้าครบ 664 เมกะวัตต์ และเป็นไตรมาสที่ลมดี แดดแรง

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2562 ของบริษัท บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA จะโดดเด่นมาก เพราะเป็นไตรมาสแรกที่บริษัท COD โรงไฟฟ้าครบทั้งหมด 664 เมกะวัตต์ (โซลาร์ 278 MW และลม 386 MW) ในขณะที่ไตรมาส 2 ปีนี้เป็นช่วงที่แดดแรงจัด ความเข้มของแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น ปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะเพิ่มสูงกว่าปกติ และยังจะได้ประโยชน์จากแนวนโยบายของรมว.พลังงานคนใหม่ที่สนับสนุนธุรกิจผลิตแบตเตอรี่เพื่อใช้กับโรงไฟฟ้า (เริ่มจำหน่ายปลายปีนี้) และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลเพื่อช่วยเกษตรกร (รายได้จากธุรกิจไบโอดีเซล 27%)

*คาดกำไรQ2 ทำนิวไฮ

ทั้งนี้คาดเบื้องต้นรายได้และกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยคาดรายได้ 3,540.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เชื่อว่ายังควบคุมได้อย่างดี จึงน่าจะมีกำไร 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม EA ไม่เน้นเติบโตจากโรงไฟฟ้าเพราะผลตอบแทนไม่สูงเหมือนในอดีตที่ได้รับ adder 6.50-8.00 บาท/หน่วย สำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์ของ EA รุ่นที่ได้ adder ดังกล่าวจะทยอยหมดระยะเวลาสนับสนุนตั้งแต่ปลายปี 2565 ก่อนจะถึงเวลานั้นบริษัทจึงผลักดันธุรกิจที่จะเป็น S-curve ใหม่มาชดเชยการลดลงของรายได้จากโซลาร์ในอนาคต มีตั้งแต่ 1.รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ “MINE” ซึ่งมีคำสั่งซื้อถึงเป้าแล้วและจะเริ่มทยอยส่งมอบในช่วงไตรมาส 4/2562

2.สถานีชาร์จไฟฟ้าซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรเช่น ROBINS, CPALL, ปั๊มคาลเท็กซ์, Bridgestone ACT ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า EA Anywhere ให้ถึงเป้า 1,000 สถานีภายในสิ้นปีนี้จากปัจจุบัน 400-500 สถานี รูปแบบรายได้จะเป็นการแบ่งส่วนแบ่ง

รายได้ โดย EA ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ win-win ทุกฝ่าย

*ย้ำเป้าหมาย 62 บาท

3.Green diesel และ PCM เป็นสินค้าที่ต่อยอดจากธุรกิจ B100 ในปัจจุบันแต่มีมาร์จิ้นสูงกว่ามาก มีค าสั่งซื้อเข้า

มาแล้ว คาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า และ4.Battery storage เฟสแรก 1 GWh จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ราวปลายปีนี้ ยังคงคาดกำไรปกติปี 2562 เพิ่มขึ้น 53.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 6,015.6 ล้านบาท คงราคาเป้าหมาย 62 บาท (DCF) แนะนำ “ซื้อ”

ขณะที่ล่าสุดจับมือ 4 พันธมิตรใหญ่ เชฟรอน, บริดจสโตน, CPALL, ROBINS ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 1,000 แห่งภายในสิ้นปี (ปัจจุบัน 500) รองรับธุรกิจรถไฟฟ้าของ EA