ครัวเรือนกังวลศก.ไทย ฉุดดัชนีภาวะศก.(KR-ECI)ก.ค. 62 ร่วง…สู่ระดับต่ำสุดรอบ 66 เดือน

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.ค. 2562 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากระดับ 43.1 ในเดือนมิ.ย. 2562 มาอยู่ที่ระดับ 41.5 ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 66 เดือน จากความกังวลในทุกมิติเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ค่าใช้จ่าย รวมถึงภาระหนี้สินของครัวเรือน

ในขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในช่วงอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI)ที่ทำการสำรวจในเดือนก.ค. 2562 ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกันกับดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบัน มาอยู่ที่ระดับ 43.9 จากเดิมที่ระดับ 44.9 ในการสำรวจช่วงเดือนมิ.ย. 2562ซึ่งมาจากความกังวลของครัวเรือนต่อภาระหนี้สินในอนาคตเป็นสำคัญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 จะเผชิญโจทย์ที่ท้าทายและยากลำบากมากขึ้นหลังผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยตามภาวะเศรษฐกิจโลกค่อยๆ ส่งผลไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างภาคการผลิตและการจ้างงานภายในประเทศใน

ขณะที่ภาคเกษตรกรรมยังต้องติดตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดหลังเก็บเกี่ยวในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 3/2562 โดยคาดว่าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากสภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในเขื่อนที่อยู่ในระดับต่ำช่วงฤดูเพาะปลูก อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่คาดว่าจะเปิดเผยออกมาเร็วๆ นี้ ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.ค. 2562 ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2มาอยู่ที่ระดับ 41.5 จากเดิมที่ระดับ 43.1ในเดือนมิ.ย. 2562 ซึ่งนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 66 เดือนโดยครัวเรือนมีความกังวลเพิ่มขึ้นในทุกมิติเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ค่าใช้จ่าย รวมไปถึงภาระหนี้สิน

ครัวเรือนมีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) เพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. 2562 จากราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นจากการสำรวจภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยที่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ประจำเดือนก.ค. 2562 พบว่า ร้อยละ 68.4 ของครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน นับเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลการสำรวจในช่วงเดือนมิ.ย. 2562 ที่อยู่ที่ร้อยละ 67.2 โดยครัวเรือนไทยให้เหตุผลถึงการเพิ่มขึ้นของ

ค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) ว่าส่วนใหญ่มาจากราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้น (ร้อยละ 57.3) โดยเฉพาะราคาอาหารและราคาพลังงานภายในประเทศ นอกจากนี้ ครัวเรือนบางส่วนยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในรายการพิเศษ (ร้อยละ 32.3) เช่น ท่องเที่ยว ทำบุญ ในช่วงวันหยุดยาว (วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา)

ครัวเรือนค้าขายกังวลรายได้หด ครัวเรือนลูกจ้างกังวลการมีงานทำโดยดัชนีองค์ประกอบที่สะท้อนมุมมองด้านรายได้และการมีงานทำของครัวเรือนในเดือนก.ค. 2562 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 47.9 จากเดิมที่ระดับ 49.8 ในเดือนมิ.ย. 2562 โดยร้อยละ 20.9 ของครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจในเดือนก.ค. 2562 มีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน นับเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนมิ.ย. 2562 ที่อยู่ที่ร้อยละ 15.9 โดยสาเหตุหลักๆ มาจากการขายสินค้าได้ลดลงหรือผลประกอบการแย่ลง และมีครัวเรือนบางส่วนถูกปรับลดค่าจ้างตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเรื่องสถานการณ์การจ้างงานในองค์กร/หน่วยงานที่ครัวเรือนที่ทำการสำรวจทำงานอยู่ในสถานะเจ้าของหรือลูกจ้าง พบว่า สัญญาณการเลิกจ้าง การลดเวลาในการทำ OT ของพนักงานเพื่อประหยัดงบประมาณบริษัท และการชะลอรับพนักงานใหม่ในเดือนก.ค. 2562 มีอัตราที่สูงขึ้นจากการสำรวจในช่วงเดือนเม.ย. 2562 สอดคล้องไปกับตัวเลขการว่างงานในเดือนก.ค. 2562 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าและช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนสะท้อนให้เห็นว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาทยอยส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังตลาดแรงงานภายในประเทศ

รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม…กดดันครัวเรือนให้กู้หนี้ยืมสินเพิ่มขึ้น จากการสำรวจ พบว่า แม้จำนวนครัวเรือนที่มีค่างวด (หนี้) เพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. 2562 จะมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่จะเห็นว่า เหตุผลที่ครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาจากรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้ลดลง ทำให้ครัวเรือนต้องกู้ยืม จำนำ จำนอง หรือกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ ครัวเรือนยังมีการผัดผ่อนหนี้ที่ต้องชำระมากขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนขาดสภาพคล่องในการใช้จ่าย ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการบริโภคภาคเอกชนในระยะข้างหน้า

ในขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในช่วงอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI)ที่ทำการสำรวจในเดือนก.ค. 2562 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.9 จากเดิมที่ระดับ 44.9ในการสำรวจช่วงเดือนมิ.ย. 2562 โดยเป็นการปรับลดในเกือบทุกองค์ประกอบทางด้านการครองชีพของครัวเรือน ยกเว้นในประเด็นเรื่องสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่ครัวเรือนไทยมีความคาดหวังว่าจะปรับตัวลดลงในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (ส.ค. – ต.ค. 2562) หลังภาครัฐขยายมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LGV) ภาคครัวเรือน (กลุ่มหาบเร่ แผงลอย) และราคาก๊าซธรรมชาติ (NGV) สำหรับรถโดยสารสาธารณะต่อไปจนถึงสิ้นเดือนก.ย. 2562 นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยังมีมติคงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) สำหรับงวดเดือนก.ย. –ธ.ค. 2562

โดยสรุปแล้วดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนไทย(KR-ECI) และดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ที่ทำการสำรวจในเดือนก.ค. 2562 ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างยิ่งของครัวเรือนไทยต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (ส.ค.-ต.ค. 2562)ซึ่งในปัจจุบัน ครัวเรือนมีความกังวลในทุกมิติเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเอง ทั้งในฝั่งรายได้และรายจ่ายของครัวเรือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 จะเผชิญโจทย์ที่ท้าทายและยากลำบากมากขึ้น หลังผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยตามภาวะเศรษฐกิจโลกค่อยๆ ส่งผลกระทบไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างภาคการผลิตและการจ้างงานภายในประเทศในขณะที่ราคาสินค้าและบริการหลายรายการเตรียมขยับขึ้น เช่น ค่าโดยสารแท็กซี่และราคาเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกสินค้าไทยยังเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นจากการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ฯ ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2562 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 1.75 ลงสู่ร้อยละ 1.50 ก็น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้ในอนาคตของภาคธุรกิจและครัวเรือนได้ แต่ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของกลไกการส่งผ่านนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ ยังต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่คาดว่าจะเปิดเผยออกมาเร็วๆ นี้ ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com