HMPRO

ตลาดหุ้นไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 1650 จุดแล้วสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1680 จุด และมีแนวต้านสำคัญของการฟื้นตัวในระยะสั้นไปที่ 1700 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้คือ หุ้น HMPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจค้าปลีก โดยจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคาร บ้าน และที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (One Stop Shpping Home Center) โดยใช้ชื่อ โฮมโปร (HomePro) เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,520 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.12 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 มีกำไรสุทธิ 1,312 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.10 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 34,118 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,946 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 32,365 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,561 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.19 บาท

นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสื่อสารการตลาด บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มองแนวโน้มยอดขายในช่วงครึ่งหลังปีนี้น่าจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันที่ 19-29 ก.ค. 62 บริษัทฯ ได้จัดงานโฮมโปรแฟร์ ครั้งที่ 14 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยตั้งเป้าหมายยอดขายภายในงานไว้ที่ 550 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีก็เตรียมจัดกิจกรรมเพิ่มเติม ทั้งการจัดงานครบรอบ 23 ปีโฮมโปร ซึ่งจะจัดขึ้นทั่วประเทศ, การจัดงานโฮมโปร EXPRO ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพ.ย.62 และการจัดงานแฟร์ ในหัวเมืองใหญ่ เช่น จังหวัดขอนแก่น เมืองหาดใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่ และในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนส.ค.-พ.ย.62

นอกจากนี้ คาดว่ารัฐบาลใหม่น่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในครึ่งปีหลังนี้ โดยปีนี้บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้จะเติบโต 5-7% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 66,049 ล้านบาท โดยคาดรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนที่ร้อนมากกว่าทุกปี ทำให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศเติบโตขึ้น และฝุ่นละอองที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ทำให้เครื่องฟอกอากาศขายดี

ขณะเดียวกันบริษัทฯ มีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มรวม 4 สาขา มูลค่าการลงทุนรวมราว 1,130-1,330 ล้านบาท ได้แก่ สาขาภายใต้แบรนด์ HomePro (โฮมโปร) จำนวน 2 สาขา ได้แก่ ร้าน HomePro ในจังหวัดมุกดาหาร มูลค่าการลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนส.ค.นี้ และร้าน HomePro (โมเดล S ขนาด 1,000-2,000 ตารางเมตร) ภายในโครงการสามย่านมิตรทาวน์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนก.ย.นี้ ส่วนอีก 2 สาขา จะเป็นการขยายสาขาภายใต้แบรนด์ เมกาโฮม (MEGA HOME) ได้แก่ ซึ่งใช้งบลงทุนประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อสาขา

อย่างไรก็ตามจะส่งผลให้สิ้นปี 62 มีสาขารวมทั้งสิ้น 113 สาขา จากปัจจุบันที่มีจำนวน 109 สาขา แบ่งเป็น สาขาภายใต้แบรนด์เมกาโฮม จำนวน 12 สาขา และสาขาภายใต้แบรนด์โฮมโปร จำนวน 97 สาขา

สำหรับการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงมีการศึกษาขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเน้นศึกษาในกลุ่มประเทศ CLMV (ลาว, เวียดนาม, เมียนมา, กัมพูชา) จากปัจจุบันที่มีสาขาโฮมโปรในประเทศมาเลเซียแล้วจำนวน 6 สาขา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ยังไม่ถึง 1%

ส่วนสินค้าภายใต้แบรนด์ บริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่เป็นแบรนด์เฉพาะของบริษัทเป็น 20-25% ในช่วง 3-5 ปีจากนี้ จากปัจจุบันมีสัดส่วนที่ 18-19% ของสินค้าทั้งหมด

HMPRO มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 18.05 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 19.60 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 16.50 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคต่อเนื่องที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง หลังจากปรับตัวลดลงเข้าใกล้แนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้นแล้วสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปได้ ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านที่ 19.70 และ 20.20 เป็นเป้าหมายขายทำกำไร ในขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 15.80 ถ้าหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันลงไป จะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ