สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เห็นอาจไม่เหมือนกันเสมอไปในตลาดหุ้น

สภาพตลาดหุ้นบ้านเราช่วงนี้การลงทุนในแบบซื้อแล้วหวังผลรวดเร็ว ก็ดูจะเหนื่อยยากลำบากกันหน่อย  เพราะตลาดเวลานี้อยู่ในภาวะที่พยายามปรับตัวให้สอดรับกับปัจจัยกระทบต่างๆที่มีเข้ามา โดยที่ปัจจัยกระทบส่วนมากก็ยังเป็นเรื่องราวที่ยังหาความชัดเจนแน่นอนซะเลยทีเดียวก็ไม่เชิง จึงเหมือนการเฝ้าคอยระมัดระวังตั้งรับกันเสียมากกว่า  ทั้งภาวะของตลาดหุ้นต่างประเทศทั้งของสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน และตลาดเกิดใหม่ทั้งหลาย ก็มีการขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดหุ้นบ้านเราก็ไม่แตกต่าง

ดังนั้นดัชนีในช่วงระยะสั้น ๆนี้ยังคงไม่ได้บ่งบอกถึงทิศทางแนวโน้มว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงอย่างชัดเจน การซื้อขายในแต่ละวันก็เป็นไปตามแรงซื้อแรงขายของนักลงทุนกลุ่มสถาบันกองทุนในประเทศและกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่มีการปรับพอร์ตกันเสียมากกว่ารวมถึงเกมส์การยืมหุ้นมาขายซ๊อตฯ แต่หากดูในภาพรวมแล้วนักลงทุนมือใหญ่กองทุนเริ่มมีการเก็บหุ้นกับคืนบ้างเมื่อดัชนีย่อตัวลงมาซึ่งเป็นภาพที่เห็นกันอยู่ในตอนนี้

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเราตอนนี้คงต้องกลับมาดูเลือกเฟ้นหุ้นที่ค่อนข้างปลอดภัยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดที่ยังคงมีอยู่มาก เลือกหุ้นที่ดี มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรที่ดีได้ในอนาคต ประเมินรู้ถึงมูลค่าของหุ้นที่แท้จริงได้ ก็จะสามารถสร้างความสำเร็จได้แน่นอน

ในความเป็นจริงแล้วมีปัจจัยต่างๆมากมายที่ทำให้ราคาของหุ้นบนกระดานขึ้นหรือลง เช่นจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายในที่มีเข้ามากระทบ  เช่นผลการดำเนินงานของบริษัท ภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ  รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆที่มีเข้ามากระทบให้ความรู้สึก อารมณ์ จิตใจของนักลงทุนให้แปรเปลี่ยนไป ทั้งความกล้าบ้าบิ่นยามหุ้นขึ้นหรือตื่นตกใจกลัวยามที่หุ้นเกิดการทรุดย่ออ่อนตัวลงแรง

สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนทำให้ราคาของหุ้นมีการขึ้นลงเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดเวลานั่นเอง แต่สิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จจากการเล่นหุ้นในปัจจุบันมากนัก โดยส่วนใหญ่สืบเนื่องจากการที่นักลงทุนขาดองค์ความรู้และวิธีการที่จะสามารถประเมินให้รู้ถึงมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นเป้าหมาย  นักลงทุนบางคนอาจจะเรียนรู้มามากเข้าใจหลักคิดทฤษฏีต่างๆมากมาย แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังขาดวิธีการที่จะประเมินให้รู้จริงนั่นเอง

ส่วนนักลงทุนที่ขาดทั้งความรู้ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆก็มักจะเลือกเล่นหุ้นโดยเพียรถามคนอื่นว่าเล่นตัวไหนดี เข้าหุ้นตัวไหน ก็ยิ่งทำให้ประสบความล้มเหลวต่อการลงทุนอยู่ตลอดเวลา จากสิ่งที่เคยเรียนบอกเป็นประจำผ่านคอลัมน์นี้ ในเรื่องของการลงทุนที่ดี จะต้องลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อเงินในกระเป๋าของเราให้มากที่สุด การตัดสินใจเลือกลงทุนในหุ้นตัวใดในแต่ละครั้งต้องคิดพิจารณา ไตร่ตรองอย่างรอบคอบและมีสติไม่ใช้อารมณ์มาเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ

อย่างแนวคิดของ วอร์เรน บัฟเฟตต์  ที่สามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยจากการลงทุนในตลาดหุ้นได้นั้น เพราะมีการเลือกเฟ้นทำการบ้านหาหุ้นเป้าหมายแล้ววิเคราะห์ ไตร่ตรองจนมั่นใจแล้วถึงจะเลือกลงทุน โดยไม่สนใจต่อความผันผวนของตลาดแต่อย่างใด แนวคิดแบบนี้ จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดหุ้น

แต่อย่างไรก็ดี เรื่องราวการลงทุนในตลาดทุน บางครั้งอาจจะดูสวนทางกันระหว่างสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยในตลาดหุ้นนั้นเต็มไปด้วยเรื่องของผลประโยชน์เม็ดเงินจำนวนมหาศาล ที่นักลงทุนต่างต้องการตักตวงเก็บเกี่ยวมาเป็นของตนกันทั้งนั้น เรื่องของตลาดหุ้นจึงเป็นสนามต่อสู้ที่ต้องมีทั้งผู้ที่ชนะและผู้ที่แพ้  ผู้ที่ชนะและคุมเกมส์ได้เท่านั้นที่จะสามารถก้าวสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยและได้เปรียบในสนามการสู้หุ้น โชคดีครับ