‘TU’ปันผลครึ่งปี25สตางค์ ขาย”บีสไดเมนชั่น”ปิดเสี่ยง

ทันหุ้น – TU ควักปันผลระหว่างกาล 0.25 บาท ราคาวัตถุดิบลดลงดันมาร์จิ้นโค้งสอง พร้อมตั้งสำรอง”ชิคเก้น ออฟ เดอะซี” 1.4 พันล้านฉุดกำไรสุทธิ แจ้งขาย”บีส ไดเมนชั่น”ปิดเสี่ยงธุรกิจสินเชื่อ โบรกส่องผลงานครึ่งหลังดี โค้งสามเข้าไฮซีซั่น แนะ“ซื้อ” เคาะเป้า 22.40 บาท

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/62 มีกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 5,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทำได้ 14% ผลจากกำไรขั้นต้นที่ดีส่งผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมและค่าจัดจำหน่าย อยู่ที่ 15.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนและสามารถจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.25 บาทต่อหุ้น แม้ยอดขายไตรมาส 2 นี้ อยู่ที่ 32,214 ล้านบาท ลดลง 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ค่าเงินสกุลยูโรอ่อนตัวลง และราคาวัตถุดิบที่ลดลง อย่างไรก็ดีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็งและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้น

โดยในช่วงครึ่งแรกปีนี้ ยอดขายในอเมริกาเหนือ สัดส่วน 39%ของยอดขายรวมทั้งหมด ขณะที่ตลาดยุโรป คิดเป็น 29% ตลาดประเทศไทย มีสัดส่วน 12% และยอดขายตลาดอื่นๆ คิดเป็น 19% ส่วนยอดขายของบริษัทในไตรมาส 2/62 ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปมียอดขาย อยู่ที่ 14,031 ล้านบาท ลดลง 14.3% เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็งและแช่เย็น เพิ่มขึ้น 3.6% อยู่ที่ 13,435 ล้านบาท ด้วยปริมาณการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/61 ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่ามียอดขาย เพิ่มขึ้น 6.7% อยู่ที่ 4,747 ล้านบาท ปริมาณการขาย เติบโต 5.9%

“ไทยยูเนี่ยนยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถในการทำกำไร ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาส 2น่าพอใจ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจในสภาวะที่มีความท้าทาย และเรายังมองถึงอนาคตโดยไทยยูเนี่ยนได้นำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวสู่ตลาดต่างๆต่อไป ซึ่งเราคาดหวังว่าจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีธุรกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืน”นายธีรพงศ์ กล่าว

ตั้งสำรอง1.4พันล้าน

นายยอร์ก ไอร์เล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินกลุ่มบริษัท TU กล่าวว่า ในระหว่างไตรมาส 2/62 บริษัท ชิคเก้น ออฟ เดอะซี ในเครือของบริษัทได้ตกลงระงับข้อพิพาทกับผู้ฟ้องคดีส่วนใหญ่ในคดีการป้องกันการผูกขาดในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,402 ล้านบาท หลังจากหักภาษีแล้ว โดยหากไม่รวมค่าใช้จ่ายจากรายการพิเศษในกรณีดังกล่าว บริษัทได้บันทึกกำไรสุทธิเป็นเงินจำนวน 1,513 ล้านบาท

“เราเปิดเผยสถานะล่าสุดของคดีดังกล่าว เนื่องจาก บริษัท ชิคเก้น ออฟ เดอะซี ได้เตรียมพร้อมสำหรับผลกระทบทางการเงินใดๆที่อาจเกิดขึ้น”นายยอร์ก ไอร์เลกล่าว

ขาย”บีส ไดเมนชั่น”

นอกจากนี้ TU แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้บริษัทฯเข้าทำรายการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท บีส ไดเมนชั่น จำกัด (BIZ) บริษัทถืออยู่ทั้งสิ้น 1 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท คิดเป็น 20% ของจำนวนหุ้นตามทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วของ BIZ ให้แก่ นายไกรสร จันศิริ จำนวน 600,000 หุ้น และนายธีรพงศ์ จันศิริ จำนวน 400,000 หุ้น ในราคารวมทั้งสิ้น 29,372,998.97 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของธุรกิจสินเชื่อบุคคลรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) ซึ่งจะมีลูกหนี้รายย่อยจำนวนมาก

ไฮซีซันครึ่งหลังดันกำไร

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์คาดราคาปลาทูน่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่อง โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยปลาทูน่าในครึ่งปีหลัง อยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากช่วงครึ่งหลังของปี 2561 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,530 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ขณะเดียวกันบริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างดี ประกอบกับไตรมาส 3/2562 เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการกำไรสุทธิของ TU ไว้ที่ 5,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.3% เมื่อเทียบกับ 3,256.21 ล้านบาทเมื่อปี 2561 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.40 บาท