Wait &See ถือเงินสดเอาไว้ก่อน

เรื่องของตลาดหุ้นบ้านเราช่วงนี้อย่างไรเสียนักลงทุนก็ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนอยู่นะครับ เพราะเมื่อมองถึงเหตุปัจจัยผลกระทบที่มีอยู่ในขณะนี้ก็ยังไม่เห็นมีสัญญาณด้านบวกแต่อย่างใด ปัจจัยลบท่วมตลาด ความกังวล ความเชื่อมั่นนักลงทุนหดหายอย่างรวดเร็ว ดูช่างแตกต่างจากช่วง 2 เดือนก่อนแบบหน้ามือเป็นเป็นหลังมือ รวมถึงดัชนีก็ทิ้งตัวลงมาระดับที่เคยขึ้นมาในรอบก่อนนี้ ดังนั้นตลาดหุ้นขณะนี้ยังคงมีความเสี่ยงอยู่มากนะครับ

สถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้า ระหว่าง 2 มหาอำนาจของโลก สหรัฐฯ กับจีน สร้างความสั่นสะเทือน ปั่นป่วนตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก ก่อให้เกิดความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่าย เรื่องเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกจากการที่ทั้ง 2 ประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ2 ของโลก ล่าสุดค่าเงินหยวนอ่อนค่าเทียบดอลล่าร์สหรัฐฯระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี กังวลกันว่าจะเกิด “สงครามค่าเงิน”  หลังจีนตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนเมื่อเทียบกับดอลล่าร์เพื่อช่วยภาคธุรกิจของจีนเองที่ได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่ม 1 กย. นี้

เรื่องของ “สงครามค่าเงิน” กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หลังจากที่เศรษฐกิจของหลายๆประเทศเข้าสู่ภาวะตกต่ำชะลอตัวลงพร้อมๆกัน ปัญหาหนี้สินที่เริ่มก่อตัวสูงขึ้น รวมถึงการตกต่ำของราคาสินค้าที่เคยเป็นตัวสร้างรายได้สำคัญของประเทศผู้ส่งออก  น้ำมัน และสินค้าเกษตร เมื่อรายได้หลักจากการส่งออกของหลายประเทศมีปัญหา จึงมีการใช้มาตรการหรือนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบให้ค่าเงินอ่อน เพื่อสร้างความได้เปรียบจากการส่งออก เพราะเมื่อค่าเงินของตัวเองอ่อนค่า ราคาสินค้าส่งออกย่อมถูกลงในสายตาประเทศคู่ค้า  เพื่อหวังจะกอบกู้เศรษฐกิจภายในของตนให้หลุดจากภาวะชะงักงัน อย่างไรก็ตามเมื่อทุกประเทศที่เศรษฐกิจมีปัญหาต่างก็ทำให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนลงสุดท้ายแล้วการอ่อนค่าของเงินก็คงได้ประโยชน์ไม่มากนัก

เหนื่อยนะครับสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเรายามนี้ ตลาดหุ้นต่างประเทศก็พากันลดต่ำลงกันทั่ว เศรษฐกิจโลกโดยรวมก็ยังดูไม่ดี  หากถามนักลงทุนทั่วไปคงต้องส่ายหน้ากันเป็นแถวแน่เล่นหุ้นยามนี้เหนื่อยจริงๆครับ ตลาดขาดสีสัน ขาดความคึกคักไปมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะด้วยข่าวสารเชิงลบที่ยังคงมีเข้ามาอยู่นักลงทุนที่ยังคงมีเงินสดอยู่หรือขยับปรับพอร์ตกันไปแล้วก็ยังคงดูเชิงเฝ้าดูอยู่ นิ่งรอความชัดเจนของทิศทางแนวโน้มตลาดเสียมากกว่า

แล้วเราเหล่านักลงทุนโดยทั่วไปจะทำตัวกันอย่างไรในสภาพตลาดอย่างนี้ ถ้ายังพอมีเงินจะไปลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี พีอีต่ำ ราคาถูกๆดีมั๊ย อันนี้ต้องถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าการลงทุนของเรานั้นสามารถอดทนถือยาวได้แค่ไหน เพราะหุ้นดีๆที่ราคาตอนนี้ถูกๆนั้นก็ยังคงดูอ่อนปวกเปียก หากซื้อแล้วราคายังคงลงต่อทำใจได้มั๊ย หากทำใจได้ พร้อมที่จะอดทนเพื่อรอคอยผลสำเร็จในอนาคตข้างได้ก็จัดเข้าพอร์ตได้เลย อย่างน้อยหุ้นประเภทนี้ถึงราคาจะลดลงได้อีกแต่ก็ยังมีปันผลตอบแทนที่ดีกว่าการนำเงินไปลงทุนประเภทอื่นๆยิ่งฝากแบงก์ไม่ต้องพูดถึงดอกเบี้ยต่ำติดดิน

หากทำใจไม่ได้ที่ต้องถือหุ้นรอคอยก็แนะนำให้อยู่เฉยๆ รอแนวโน้มที่ชัดเจนก่อนดีกว่า แต่ก็อย่างว่าเวลานักลงทุนมีเงินสดอยู่ในกระเป๋ามักจะมีอาการที่เรียกกันว่าคันไม้คันมือ อยากลงสนามสู้หุ้นเดี๋ยวชีวิตจะเหี่ยวเฉาขาดสีสัน อันนี้ก็คงห้ามกันไม่ได้แต่ก็คงได้แต่เตือนให้ระมัดระวังการลงทุนให้มากหน่อย ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูง ยิ่งถ้าเป็นนักลงทุนที่ขาดประสบการณ์ ขาดเครื่องไม้เครื่องมือก็แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงนะครับ แต่ถ้าคิดว่ามีประสบการณ์และมีจิตใจมั่นคงตัดใจขายทิ้งหุ้นได้รวดเร็วหากการลงทุนของเราผิดพลาดผิดจังหวะ และสามารถเอาตัวรอดได้ก็ไม่ว่ากัน ถ้าเป็นไปได้ก็ให้พยายามศึกษา พิจารณาข้อมูลข่าวสารปัจจัยรอบด้านในทุกมิติ ไตร่ตรองในหุ้นเป้าหมายของเราให้รู้ลึกรู้จริงก่อนตัดสินใจลงทุน ลดทอนความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเงินลงทุนในกระเป๋าของเรา

เชื่อว่าในระยะสั้นนี้คงหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการลงทุนของเราในตลาดหุ้นโดยรวมไม่ได้แน่ จากที่เคยมองว่าตลาดช่วงนี้น่าสนใจเข้าทยอยสะสมหุ้น คงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์กันใหม่หลังจากมีปัจจัยกระทบจากภายนอกที่เราไม่สามารถคาดการได้เข้ามา คงต้องรอดูอยู่เฉยๆไปก่อน รอให้ตลาดกลับสู่ภาวะที่คลายความกังวลต่อปัจจัยดังกล่าวเสียก่อนครับ “ wait & see” ครับช่วงนี้ โชคดีทุกท่านครับ