คลังเร่งศก.ดิจิทัลชัดเจน SAMARTเต็งร่วมชิงเค้ก

ทันหุ้น – ขุนคลังเตรียมแพ็คเก็จกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เน้นโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและด้านดิจิทัล ทั้ง e-commerce, e-payment, Promtpay, และการศึกษา เพิ่มขีดแข่งขันไทย เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน ด้านนักวิเคราะห์คาดเห็นลงทุนรวดเร็ว SAMART ,SAMTEL, ALT, FORTH, ILINK , ADVANC, INTUCH, TRUE รับอานิสงส์

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้กำหนดยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลังที่ต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล, และยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้สามารถดูแลและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภารกิจที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี สังคม และพฤติกรรมของผู้บริโภค ดังนั้นกรอบการลงทุนโครงการภาครัฐบาล จึงต้องพิจารณาในรูปแบบที่เหมาะสมทั้งทางโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล

“การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศของไทยต้องปรับไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ที่ผ่านมาได้ดำเนินการเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินไปแล้ว ทั้งด้าน e-commerce, e-payment, Promtpay และได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายงานในด้านนี้เพื่อต่อยอดการเงินแบบดิจิทัล ให้กระจายผลประโยชน์ไปยังประชาชน ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ร้านโชห่วย เป็นต้น” นายอุตตม กล่าว

เปิดแผนลงทุนดิจิทัล

สำหรับแผนงานเร่งด่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลในประเทศไทย ประกอบด้วย 1.โครงการขยายโครงข่ายยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมหมู่บ้านทั่วประเทศ, โครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและขยายตลาดชุมชนสู่ตลาดเมือง, โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจไทย เพื่อเข้าสู่ระบบการค้าดิจิทัลและเชื่อมโยงไปสู่ระบบการค้าสากล, โครงการผลักดันการพัฒนาคลัสเตอร์ดิจิทัลตามนโยบายส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษและ supercluster แลกเปลี่ยนเรียนรู้, โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านบริการ e-learning และบริการการเรียนรู้ระบบเปิดสำหรับมหาชน (MOOC), โครงการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัล ให้แก่ เด็กเยาวชน และประชาชนทั่วไป

ซึ่งการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นการทำงานควบคู่กับกระทรวง-หน่วยงานอื่นๆ เพื่อสอบสนองความต้องการของแต่ละหน่วยงาน ตามกรอบนโยบายของรัฐบาล

มั่นใจรัฐลงทุนดิจิทัลเร็ว

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุ นโยบายด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของรัฐบาลชุดนี้ น่าจะต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเบื้องต้นการเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล จะประกอบด้วยการลงทุนโครงข่ายสายไฟเบอร์สำหรับอินเตอร์เน็ต, การลงทุนเสาสัญญาณ, การลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์, และการลงทุนขยายคราวด์ ฯลฯ เป็นต้น

“การทำงานของก.ดิจิทัลฯ เป็นการทำงานด้านการสนับสนุน ดังนั้นคงต้องรอดูว่านโยบายเร่งด่วนอันดับต้นๆ ที่แต่ละหน่วยงานจะผลักดันคืออะไร ต้องลงทุนด้านใดเพิ่มเติมอย่างเช่นโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านที่ผ่านมารัฐบาลก็ลงทุนมาอย่างต่อเนื่องน่าจะประมาณ 1 หมื่นหมู่ย้านจาก 7,000 ตำบล 70,000 หมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าก็น่าจะลงทุนต่อเนื่องได้เลยทั้งการเพิ่มจุดให้บริการอินเตอร์เน็ตให้มากขึ้น และการลากสายไฟเบอร์เข้าไปในหมู่บ้านที่ห่างไกล เป็นต้น ส่วนการให้บริการด้าน e-payment, และ Promtpay การจะสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ ขึ้นมาก็คงต้องรอดูกรอบการลงทุนว่าจะเป็นแบบ PPP หรือไม่อย่างไร ซึ่งผู้เส่นในธุรกิจนี้ก็คงไม่พ้นบิ๊กเนมที่คุ้นเคยกันดี”

@หุ้นรับอานิสงส์

ทั้งนี้หุ้นในกลุ่ม ICT ที่เป็นผู้นำด้านการประมูลงานจากภาครัฐบาลประกอบด้วย บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT, บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT, บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เป็นต้น

ส่วนกลุ่มที่มีความพร้อมด้านโครงข่าย และอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณก็ประกอบด้วย บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) SAMART, บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) INTUCH, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เป็นต้น

@SAMARTเต็งรับงาน

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์  เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การที่ภาครัฐเร่งลงทุนเรื่องดิจิทัล จะสนับสนุนเชิงบวกต่อ SAMART ที่จะมีโอกาสได้งานจากระบบราชการเข้ามา เนื่องจากสามารถนับเป็นเบอร์ต้นๆ ในการประมูลงาน  ประกอบกับช่วงหลังรายได้ของ SAMART มักเป็นรายได้ประจำมากขึ้น ซึ่งทำให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีสเถียรภาพ

นอกจากนี้ SAMART ยังนับเป็นหุ้นที่เทิร์นอะราวด์ หลังจากได้มีการแก้ปัญหาและตั้งด้อยค่า ตัดจำหน่ายธุรกิจ I-mobile หมดแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ปีที่ผ่านมาขาดทุน 1,075 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1 บริษัทมีกำไรถึง 200 ล้านบาท ซึ่งจากงานที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และโอกาสงานที่เพิ่มมากขึ้นจากการเร่งเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ทำให้ SAMART มีความน่าสนใจ