BRRลุยตลาดน้ำตาลบริสุทธ์ เร่งกำลังผลิต1,000ตันต่อวัน

ทันหุ้น –BRR ลุยตลาดน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ พร้อมไตรมาส 4/62 เปิดตลาดส่งออกบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย หวังเพิ่มมาร์จิ้น กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจน้ำตาล มองราคาน้ำมันปีนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 12-14 เซนต์ต่อปอร์น เชื่อปีหน้าราคาสูงขึ้น จากซัพพลายลดลง แย้มธ.ค. นี้เปิดหีบอ้อยงวดปี 62/63 หวังรัฐบาลให้ความสำคัญพลังงานชีวมวล

นายภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านต่างประเทศและนโยบายอุตสาหกรรม บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BRR เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าในการจำหน่ายน้ำตาลดิบเป็นน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ (Refined Sugar) เป็นปีแรก กำลังการผลิต 1 พันตันต่อวัน โดยจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ช่วงแรกการจำหน่ายอาจจะไม่สูงมากนัก แต่คาดว่าอนาคตน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังเตรียมส่งออกธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ด้านอุปโภคและบริโภค อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ จากชานอ้อย โดยตลาดหลักจะเป็นในยุโรปและเอเชีย ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการเติบโตจากบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยจะเติบโตได้ดี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการส่งออกได้ในช่วงไตรมาส 4/2562

*ลุยขายสินค้าไฮมาร์จิ้น

ทั้งนี้การจำหน่ายสินค้าดังกล่าว 2 ส่วนข้างต้น จะช่วยหนุนมาร์จิ้นของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้น และถือเป็นการ Diversity หรือกระจายความเสี่ยง ในสภาที่อุตสาหกรรมน้ำตาลอาจจะไม่ได้ดีมากนัก และคาดว่าสัดส่วนรายได้ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาล จะลดลงอยู่ที่ประมาณ 50% แต่หากอนาคตราคาน้ำตาลปรับตัวได้ดีก็มีโอกาสที่สัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนราคาน้ำตาลในตลาดโลกปีนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 12-14 เซนต์ต่อปอนด์ จากปัจจุบันที่ 12 เซนต์ต่อปอนด์ โดยมองว่าระดับราคาดังกล่าวได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจากปีก่อนที่ราคาน้ำตาลปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 10 เซนต์ต่อปอนด์

อย่างไรก็ดีคาดว่าปีหน้าราคาน้ำตาลจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากซัพพลายที่มีโอกาสปรับตัวลดลง จากซัพพลายที่ประเทศบราซิลมีโอกาสลดลง เพราะขณะนี้บราซิลส่งเสริมการผลิตเอทานอลมากกว่า อีกทั้งในประเทศไทยเองก็ประสบปัญหาภัยแล้ง มีโอกาสที่ ปริมาณอ้อยเข้าหีบจะลดลง  ขณะที่ยอดปริมาณอ้อยงวดเข้าหีบของบริษัทปี 2562/2563 ยังประเมินได้ยาก เพราะต้องพิจารณาผลผลิตประกอบด้วย แต่ปีที่ผ่านมาบริมาณอ้อยเข้าหีบอยู่ที่ 2.91 ล้านตัน

“ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจน้ำตาลน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว สำหรับราคาในตลาดโลก ปีน่าก็น่าจะกลับมาดี เพราะมองว่าแนวโน้มซัพพลายจะลดลง หนุนให้ราคาเพิ่มขึ้นได้ ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยในประเทศ ส่วนบริษัทเองก็พยายาม diversity ธุรกิจให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น ทำให้แนวโน้มสัดส่วนรายได้อาจจะเปลี่ยนแปลง แต่หากราคาน้ำตาลกลับมาดี ก็มีโอกาสสัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนแปลงด้วย”นายภัทรพงศ์ กล่าว

*หวังรัฐสนับสนุนชีวมวล

ในส่วนของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าชีวมวลนั้น ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 แห่ง กำลังการผลิตแห่งละ 9.9 เมกะวัตต์ โดย 2 โรงแรกมีการขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ส่วนโรงที่ 3 หาก กฟภ.เปิดรอบการเจรจารับซื้อไฟฟ้าในอนาคตทางบริษัทคงมีแนวทางจะเข้าเจราเพื่อขายไฟฟ้าในระยะยาวต่อไป ซึ่งก็อยากให้กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าชีวมวลด้วย ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างไรบ้าง