ซีรีส์ “หุ้นน่าจับตา” ตอน JMART สร้างพลังขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกในโลกดิจิทัล

                นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกาศกร้าวว่า JMART จะเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล และจะทำสถิติกำไรสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา และไม่กี่วันต่อมา คำสัญญาที่ให้ไว้ก็เริ่มปรากฏ เมื่อบริษัทประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2562  มีกำไรอยู่ที่ราว 118 ล้านบาท พลิกจากการขาดทุนราว 277 ล้านบาท ในปี 2561

30 ปีแห่งการต่อสู้

อดิศักดิ์ เล่าว่า บริษัทได้ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ ‘เจมาร์ท’ มาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี เริ่มด้วยธุรกิจเงินผ่อนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ช่วยสร้างการเติบโตอย่างแข็งแรงให้กับบริษัท ทำให้แบรนด์เจมาร์ทเป็นที่รู้จักในวงกว้างและอยู่ในใจของผู้บริโภคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลังเปิดดำเนินธุรกิจมา 20 ปี ในปี 2552 ได้ตัดสินใจนำเจมาร์ทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จากนั้นในปี 2555 ได้นำ เจเอ็มที ซึ่งเป็นบริษัทลูก ประกอบธุรกิจติดตามหนี้และซื้อหนี้มาบริหารเข้าจดทะเบียน และนำบริษัทย่อย เจเอเอส แอสเซ็ท เข้าจดทะเบียนในปี 2558 พร้อมกับเข้าซื้อหุ้น 24.9% ของบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศ

JMART เป็นบริษัทจดทะเบียนรายแรกและรายเดียวของประเทศไทยที่ออก ICO ในปัจจุบัน

แม้บริษัทจะขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องและสร้างเครือข่ายธุรกิจออกไปมากมาย แต่ความฝันของอดิศักดิ์ก็ไม่เคยหยุดเลย ในช่วงนี้เองผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ได้เห็นถึงแนวโน้มเทคโนโลยีดิจิทัลที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นโลกใบใหม่ที่เข้ามาเติมเต็ม และนี่เป็น‘โอกาส’ที่เขามองว่าจะนำมาช่วยสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ให้กับเจมาร์ทได้ ดังนั้น นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา อดิศักดิ์จึงเริ่มลงทุนด้านเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อสร้าง ‘อีโคซิสเต็มส์’ใหม่ให้กับบริการสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้ธุรกิจเจฟินเทค และในปี 2560 ได้ตั้งบริษัท เจเวนเจอร์ส เพื่อลงทุนในธุรกิจฟินเทคและสตาร์ทอัพ เพื่อเสริมทัพธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มของกลุ่มเจมาร์ทให้แข็งแกร่งมากขึ้น

ฟินเทค โลกใหม่ของ JMART

วันนี้ภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัล เทคโนโลยีต่างๆ เริ่มมีความชัดเจนขึ้น ทั้งบล็อกเชน การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) รวมทั้งเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ สิ่งเหล่านี้เข้ามาช่วยทำให้อนาคตของกลุ่มเจมาร์ทมีความชัดเจนขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือและดำเนินการขอใบอนุญาตให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าภายในปีนี้จะดำเนินการได้ และนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของเจมาร์ทไปสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ที่เข้าถึงและให้บริการลูกค้าอย่างสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

กลุ่มบริษัท JMART

หัวใจสำคัญของการให้บริการสินเชื่อบนแพลตฟอร์มดิจิทัลคือ การมีเงินสกุลดิจิทัลของตนเองคือ เจฟินคอยน์ ซึ่งนี่คือข้อได้เปรียบของเจมาร์ท ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัลหลายฉบับ หากกฎหมายเสร็จเรียบร้อย เจมาร์ทก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อที่จะทำให้เจมาร์ทสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยมีกฎหมายรองรับ และจะเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่พร้อมจะให้บริการอย่างครบวงจร

                ข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ Stock Guide 2019-2020 ดาวน์โหลด E-Book ฉบับเต็ม ฟรี ได้ที่ >> http://bit.ly/2WNQiHi