PPPMส่อหมดอนาคต ผิดนัดหุ้นกู้1.12พันล. ถูกตัดแหล่งเงินทันที

ทันหุ้น- PPPM ทำช็อคผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รวม 1.12 พันล้านบาท หมุนเงินสร้างโรงไฟฟ้าไม่ทัน ขอเจรจายืดหนี้ดื้อๆ 2 ปี วงในชี้มีโอกาสถูกตัดแหล่งเงิน อาจทำโครงการโรงไฟฟ้าล่ม

ฟ้าผ่าเปรี้ยงสู่ บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM หรือเดิมคือ บริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หลังจาก บริษัทผิดนัดชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ยอดวงเงินผิดนัดชำระรวม 1,121.6 ล้านบาท  ประกอบด้วย หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2560 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2562 มีมูลหนี้ 260.50 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6.25% ต่อปี , หุ้นกู้ครั้งที่ 2/2561 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2562 มีมูลหนี้ 319.50 ล้านบาท  ดอกเบี้ย7.25% ต่อปี หุ้นกู้ ครั้งที่ 3/2561 ครบกำหนดไถ่ถอน 3 ก.ย.62  มีมูลหนี้ 134 ล้านบาท ดอกเบี้ย 7.25% ต่อปี , หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2561 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 8 พ.ค.63 มูลหนี้ 200 ล้านบาท ดอกเบี้ย 7.00% ต่อปี หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2562 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 18 มี.ค.64  มีมูลหนี้ 207.60 ล้านบาท ดอกเบี้ย 8.50% ต่อปี  บริษัทอ้างถึงการผิดนัดชำระหนี้ว่าเนื่องจากการปรับโครงสร้างกิจการและโครงสร้างทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ส่งผลให้หุ้นกู้คงค้างที่เหลือทั้งหมดผิดนัดชำระหนี้ไปด้วย

สัญญาณร้ายของบริษัทเกิดขึ้น หลังจากที่บริษัทประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนเท่าตัวอีก 563.05 ล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายหุ้นใหม่ 281.52 ล้านบาท ที่ราคา 2 บาท แต่ปรากฏว่ามีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนน้อยเพียง 125 ล้านหุ้น ทำให้บริษัทไม่มีเงินจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ได้ ทั้งๆที่บริษัทประกาศสตอรี่ให้ความหวังก่อนหน้านั้นก็คือการที่จะไปผลิต  โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน Geothermal ในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 14 โครงการ แต่ท้ายที่สุดก็มาเจอปัญหา

พลเอกเชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PPPM เปิดเผยว่า บริษัทได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาในการจัดทำแผน และจัดให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ภายใน 30 วันนับจากวันครบกำหนดชำระ เพื่อนำเสนอแผนการยืดระยะเวลาชำระหนี้หุ้นกู้ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยบริษัทสามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดได้ (Callable bond) ซึ่งเชื่อมั่นว่าผู้ถือหุ้นกู้จะมีมติรับหลักการตามที่เสนอ เนื่องจากในระหว่างนี้ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับชำระดอกเบี้ยตามปกติและผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Sweetener) อีกด้วย

“การดำเนินการตามแผนนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และ บริษัทจะมีผลประกอบการ อัตราส่วนการเงินดีขึ้นทันที โดยไม่ต้องพึ่งการระดมเงินกู้ระยะสั้น ดอกเบี้ยสูงอีกต่อไป และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว” พล.อ.เชาวฤทธิ์ ระบุ

ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า การที่ PPPM มีการผิดชำระหุ้นกู้ ทำให้หมดความน่าเชื่อถือ และมีความเสี่ยงที่โครงการโรงไฟฟ้าอาจจะมีปัญหาถ้าเกิดต้องการเม็ดเงินเพิ่ม เนื่องจากมีโอกาสสูงที่เจ้าหนี้รายอื่นจะตัดแหล่งเงินทันที นอกเหนือจากหุ้นกู้แล้ว จากไตรมาส 1/2562 บริษัทยังมีหนี้เงินกู้กว่า 500 ล้านบาท และหนี้เบิกเกินบัญชีอีกราว 300 ล้านบาท ไม่รวมถึงเจ้าหนี้การค้า โดยบริษัทมีหนี้สินทั้งสิ้น 2,421 ล้านบาท ส่วนทุน 796.75 ล้านบาท (ยังไม่รวมเงินเพิ่มทุนที่ได้ในช่วงก.ค.62)