ROBINSกับทาง2แพร่ง เลือกขายทิ้งหรือเดิมพันต่อ

ทันหุ้น—ส่องเกม เซ็นทรัลรีเทล CRC ให้ ROBINS ร่วมร่างกลายเป็นยักษ์ใหญ่รีเทล พร้อมขอสว็อปหุ้นตีมูลค่า 66.50 บาท ชี้เลือกได้ 2 ทาง ขายตอนราคาขึ้น หรือ รวมร่าง ยกจุดเด่นธุรกิจที่หลากหลายกว่า และมีสินทรัพย์รวมที่ใหญ่กว่า 6 เท่า รวมถึงรายได้และกำไรก็มีการเติบโตที่มากกว่าในอดีตที่ผ่านมา

นักลงทุนควรตัดสินใจอย่างไร? หลัง คณะกรรมการ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS  มีมติเพิกถอน ROBINS ออกจากตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากเซ็นทรัลรีเทล (CRC) ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ROBINS สัดส่วน  53.83% มีแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของ CRC โดยต้องการจะรวม ROBINS เป็นอีกหนึ่งปีกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยการออกหุ้น IPO  โดย CRC ขอทำคำเสนอซื้อทั้งหมดที่ราคา 66.50 บาท โดยการชำระหุ้น CRC เป็นการตอบแทน โดยมีระยะเวลารับซื้อ 25 วันทำการ-45 วันทำการ

นางสาววิชชุดา ปลั่งมณี นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนที่ถือหุ้น ROBINS อยู่แล้ว จะมีทางเลือก 2 ทาง แนวทางแรกหากไม่ต้องการที่จะถือหุ้นต่อไป ก็ควรที่จะหาจังหวะขายทำกำไรออกไปในช่วงนี้ เพราะราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือรอขายในช่วงที่ CRC ได้ทำคำเสนอซื้อหุ้น ซึ่งจะต้องรอดูว่า สัดส่วนการแลกหุ้นจะเป็นอย่างไร และการตีราคาหุ้น IPO ของ CRC จะอยู่ในระดับใด ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้

อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ถือหุ้นโดยไม่ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์เนื่องจาก คาดว่าหลังจาก CRC ทำคำเสนอซื้อแล้วจะทำให้ CRC จะเป็นผู้มีสัดส่วนการถือหุ้นจำนวนมากซึ่งผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนที่น้อย รวมถึงไม่มีโอกาสในการสร้าง upside gain จากราคาของROBINS เนื่องจากถูกเพิกถอนออกจากตลาด

นางสาววิชชุดา กล่าวว่า หากพิจารณาในด้านพื้นฐาน CRC มีขนาดที่ใหญ่กว่า ROBINS และมีธุรกิจที่หลากหลาย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1) กลุ่มแฟชั่น เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ,โรบินสัน เป็นต้น กลุ่มสินค้าตบแต่งและปรับปรุงบ้านและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไทวัสดุ , power buy  และกลุ่มอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค  เช่น Top supermarket ,Central food hall ,Family Mart รายได้หลักประมาณ 44% มาจากธุรกิจอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกันการที่มีหลายธุรกิจในกลุ่มที่มีการแข่งขันกับคู่แข่ง ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับทาง CRC ที่จะพัฒนาแบรนด์ และทำให้ธุรกิจมีกำไรได้

**สินทรัพย์พุ่ง6เท่า

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) มองบวกต่อดีลนี้ และแนะนำให้ตอบรับคำเสนอซื้อ เพราะที่ราคาเสนอซื้อที่66.50 บาท ใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายของเราที่ 68 บาท และคิดเป็น Forward PE23-24 เท่า ใกล้เคียง PE เฉลี่ยในอดีต และได้แลกหุ้นเป็น CRC ที่ราคา IPO ซึ่ง CRC มีขนาดธุรกิจและสินทรัพย์ใหญ่กว่า ROBINS หลายเท่าตัว รวมถึงมีโอกาสในการเติบโตในต่างประเทศได้มากกว่า ในขณะที่ยังคงเป็นการลงทุนใน ROBINS ทางอ้อมโดยผ่าน CRC

ทั้งนี้สิ้นปี 2561 กลุ่ม CRC มีรายได้และกำไรสุทธิเท่ากับ 2.06 แสนล้านบาท และ 9.5 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยมีสัดส่วนรายได้ราว 77% มาจากในประเทศ ใหญ่กว่า ROBINS ที่มีรายได้และกำไร 2.7 หมื่นล้านบาท และ 2.9 พันล้านบาท ตามลำดับ และ CRC มีสินทรัพย์รวมสูงถึง 1.8 แสนล้านบาท สูงกว่า ROBINS ถึง 6 เท่า

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เชื่อว่าเป็นเรื่องบวกต่อผู้ถือหุ้น ROBINS ที่จะขึ้นมาถือหุ้น CRC ที่เป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่มีความกว้างขึ้น คือมีทั้ง ห้างเซ็นทรัล ,CMG (ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแฟชั่น), ซุปเปอร์มาร์เก็ต (Tops), ร้านสะดวกซื้อ (Family Mart), ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง (ไทวัสดุ) รวมถึงธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศ ที่เวียดนามและอิตาลี

ขณะที่ยังคาดหวังศักยภาพที่สูงกว่าได้ หากพิจารณาการขยายตัวของรายได้สูงกว่า ROBINS ที่มียอดขายในปี 2559-61 เติบโตเฉลี่ยปีละ 2.2%  ขณะที่ CRC ขยายตัวได้ราว 7.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่กำไรปกติ ROBINS ปี 2561 เติบโต 2.3% ส่วน CRC เติบโตได้ถึง 46.9%