กระตุกคิดJASขายกิจการ? ตำนานเซอร์ไพร์สสุดสวิง

ทันหุ้น-กระตุกต่อมคิดกับกระแสขายกิจการของ JAS หุ้นที่สร้างความเซอร์ไพร์สให้กับนักลงทุนมาโดยตลอด วงในประเมินราคาขายราว 8-9 บาท ขณะที่นักวิเคราะห์ราคาขายยังสูงกว่าตลาด แต่ก็เชื่อมีคนซื้อหากซินเนอร์ยี่ได้ ย้อนปม JAS กับความสวิงของหุ้น และการวางเกมที่เหนือชั้นของผู้บริหาร

การขายกิจการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)” หรือ JAS ยังคงเป็นปริศนาท่ามกลางคำตอบที่ยังไม่ชัดแจ้ง!!!

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ผู้ประกอบการที่สนใจซื้อ JAS มากที่สุด คือ DTAC เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีธุรกิจบรอดแบนด์ ขณะที่ ADVANC มีแรงจูงใจตรงที่มีธุรกิจนี้แต่ส่วนแบ่งการตลาดยังต่ำที่ 8-9% ถ้าซื้อ JAS ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 32% ก็จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มก้าวกระโดดและกลายเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ของประเทศไทยเลย แซงหน้า TRUE ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 38% อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อกิจการ คือ ราคา ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าราคาที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS ต้องการจะขายจะเป็นเท่าไร และผู้สนใจจะรับราคานั้นได้หรือไม่

แหล่งข่าวในวงการตลาดทุน ประเมินว่า ราคาขายของ JAS นั้นน่าจะไม่เกิน 8-9 บาท ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้นราว 6.5-7.3 หมื่นล้านบาท โดยยอมรับว่า แม้อนาคตจะมี 5G เข้ามา แต่ธุรกิจบอร์ดแบนด์จะยังไมได้รับผลกระทบ และส่วนหนึ่งของ 5G ก็อาจจำเป็นต้องใช้สายไฟเบอร์ อย่างไรก็ตามยอมรับว่า JAS ไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงธุรกิจที่กินปันผล

“เมื่อก่อน JAS จะขายเป็นแสนกว่าล้าน แต่ไม่มีใครเอา ดังนั้นถ้าจะขายประเมินราคานี้ไม่เกิน 8-9 บาท เหมาะสม และผู้ซื้อก็คงหวังมาร์เก็ตแชร์บอร์ดแบนด์ ก็ถ้าจะขายก็ต้องขายก่อนที่จะตั้งกองทุน ซึ่งผู้ซื้อก็อาจจะซื้อแค่เพียง 6 หมื่นล้าน” แหล่งข่าวระบุ

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า หากลองคำนวณ EV/EBITDA ของ JAS ที่ราคาประมาณ 8 บาทนั้น มีค่าถึง 11 เท่า ซึ่งยังแพงเมื่อเทียบกับมูลค่ากิจการอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันที่ EV/EBITDA อยู่ประมาณ 8-10 เท่า ขณะเดียวกันก็มีการเติบโตไม่มาก

อย่างไรก็ดีก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ซื้อจะซื้อหากมองเห็นว่าสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์จากสายไฟเบอร์ เพื่อที่จะแข่งขัน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ทั้ง DTAC หรือ ADVANC ที่จะซื้อ และหลายบริษัทก็ต้องการที่นำโมบายด์มาใช้ร่วมกับสายไฟเบอร์เพื่อความสเถียร ส่วนหนึ่งอาจจะเช่าได้ แต่ในแง่ทำการตลาดการเป็นเจ้าของบริหารได้ย่อมดีดว่า

@ เน้นขายสินทรัพย์-ลดสัดส่วนJASIF

ทั้งนี้หากส่องการดำเนินธุรกิจของ JAS ในปัจจุบัน นั้น ต้องยอมรับว่า JAS มีนโยบายที่จะขายสินทรัพย์ทั้งไฟเบอร์ออฟติก หรือแม้แต่กระทั้งสัดส่วนของ JASIF ที่ JAS ประกาศชัดเจนว่าจะลดสัดส่วนการถือมาอยู่ในระดับ 20% ซึ่งล่าสุด JAS ก็ได้ลดสัดส่วนเหลือ 23.5% จากเดิม 33.3%

การขายสินทรัพย์ หรือ ขายหุ้น JASIF ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะให้ได้กำไรมา เพื่อจ่ายปันผล ซึ่งหุ้นใหญ่ที่ได้รับปันผลเต็มๆ ก็คือ นายพิชญ์ โพธารามิค นั้นเอง ซึ่งวันนี้ถือหุ้น  4,572,490,053 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 56.18% นั้นเอง

@ตำนานหุ้นคาดไม่ถึงJAS

ทีมงานหนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น ทันหุ้นได้ย้อนอดีตถึงตำนาน JAS ที่มักสร้างเซอร์ไพร์สให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะกรณีหลังประกาศข่าวดี

มีนาคม 2558 บริษัทประกาศจ่ายปันผลพิเศษ 1.50 บาท หลังจากที่ได้มีการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน JASIF แต่ทว่าราคาหุ้น JAS ที่สร้างจุดสูงสุด เมื่อกุมพาพันธ์ 2558 กลับดิ่งลงต่ำสุดที่ 5.75 บาทในเดือนนี้ ท่ามกลางข่าวคราวที่ออกมาช่วงหลังว่าเจอปัญหาการฟ้องร้องเรียกคืน 3BB แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันจบ

ตุลาคม 2558 บริษัทประกาศปันผลอีก 10 สต. ก่อนที่ราคาหุ้นจะร่วงต่ำลงมาจากระดับ 5-6 บาท  และถัดมาอีกเดือน JAS เข้าร่วมประมูลคลื่น 4G คลื่น 1800 เมกะเฮิร์ต แต่พลาดเป้า ราคาหุ้นยังคงดำดิ่งต่อเนื่องเมื่อ เดือนธันวาคม 2558 JAS ลุยประมูล 4G คลื่น 900 เมกะเฮิร์ต คราวนี้เซอร์ไพร์สชนะการแข่งขัน ด้วยการทุ่มถึงมูลค่า 75,654 ล้านบาท ประกาศชัยชนะแต่ความกังวลท่วมตลาดหุ้น JAS ดิ่งลงต่ำสุดราว 2.70 บาท ท่ามกลางความคลุมเครือว่าบริษัทจะหาเงินมาจ่ายค่า 4G ได้หรือไม่

แต่แล้ว ต้นมีนาคม 2559 JAS ก็ประกาศใช้เงินกว่า 6 พันล้านบาท ซื้อหุ้นคืน สร้างความเซอร์ไพร์ส และก็ตามมาดังคาด JAS ยอมถูกริบเงิน 644 ล้านบาทค่าประกันแข่งขัน 4G จนราคาหุ้นดีดมาราว 5-6 บาท

ก่อนที่ “พิชญ์ โพธารามิค” จะประกาศซื้อหุ้นพร้อมทำเทนเดอร์ที่ราคา 7.25 บาท เมื่อ 19  กันยายน 2559 ทำหุ้นพุ่งแรงเห็น 10 บาท  จากนั้นพิญช์ก็ได้ปันผลแรงทั้งจากกำไรสุทธิ และกำไรสะสม กลับคืนมาตลอด รวมๆ 3 ปีที่ถือหุ้นราว 1.53 บาท ซึ่งทำให้ต้นทุนของพิชญ์ที่ถือหุ้น JAS ลดลงมา

นี่แหละคือความสวิงของหุ้นที่ชื่อว่า JAS กับกระแสข่าวที่เซอร์ไพร์สมาโดยตลอด รวมถึงครั้งนี้ที่ข่าวขายกิจการมาคู่กับการเทขายหุ้น อีกครั้งหนึ่ง!