KS ชี้ LH ผ่านจุดต่ำ เริ่มมีทิศทางเป็นบวกจากโครงการใหม่หนุน เชียร์ “ซื้อ” อัพเป้าที่ 12 บ.

บล.กสิกรไทย ปรับเพิ่มคำแนะนำลงทุน บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เป็น “ซื้อ” หลังจากปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 12.00 บาท จาก 11.20 บาท สืบเนื่องจากการปรับประมาณการกำไรของเรา และส่วนมูลค่าที่สูงขึ้นจาก HMPRO

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทฯ มีกำไรที่น่าผิดหวังในไตรมาส 1/2562 เรามองว่า LH จะสามารถทำกำไรรายไตรมาสได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีนี้ หลัก ๆ จะมีแรงหนุนมาจากโครงการใหม่ๆ และส่วนแบ่งกำไรที่คาดจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงโครงการคอนโดเดอะ บางกอก สุขุมวิท 55 ที่จะก่อสร้างเสร็จในไตรมาส 4/2562

นอกจากนี้ โครงการโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์สุขุมวทิ 55 ที่ LH มีแผนจะขายให้ LHHOTEL ในไตรมาส 4/2562 ก็จะช่วยหนุนกำไรในไตรมาส 4/2562 ได้อย่างมากทั้งนี้เรามองว่า LH คือหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีสถานะแข็งแกร่งมากที่สุดในการทำกำไรและจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าดึงดูด ด้วยแรงหนุนจากพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงดี ท่ามกลางสภาพตลาดที่รายล้อมด้วยปัจจัยไม่แน่นอนจำนวนมาก

ราคาหุ้น LH ช่วงบ่าย เคลื่อนไหวอยู่ที่ 11.30 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.89% ระหว่างวันราคาได้ปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 11.40 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 513.16 ล้านบาท

**ปรับประมาณการกำไรปี 2562-64
ทั้งนี้ ปรับประมาณการกำไรปี 2562-64 เพื่อสะท้อนถึงยอดขายไตรมาส 2/2562 ที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะจากโครงการในพื้นที่บางนา ที่ LH มีแผนเปิดโครงการใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวอีกหลายโครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 รวมถึงการขายโครงการโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ สุขุมวิท 55 ที่เราได้รวมเข้ามาในประมาณการไตรมาส 4/2562 แล้วด้วยเหตุนี้เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปี 2562 ของเราขึ้น 20.0% แต่ปรับลดตัวเลขปี 2563-64 ลง 1.1% และ 1.2% ตามลำดับ

ทั้งนี้เราได้ปรับลดประมาณการส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลง เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไรของเราสำหรับ QH เมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้นจึงคาดว่า LH จะสามารถรายงานกำไรในระดับที่มากกว่า 1.0 หมื่นลบ. 3 ปีติดต่อกันในปี 2562

**แนวโน้มกำไร Q2/62
คาดกำไรไตรมาส 2/2562 ปรับลดลง YoY แต่เติบโตขึ้น QoQ เราคาดว่า LH จะรายงานกำไรไตรมาส 2/2562 ที่ 2.0 พันลบ. ลดลง 41.1% YoY แต่เติบโตขึ้น 10.5% QoQ โดยมองว่าการปรับตัวลดลงของรายได้การขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คือปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรลดลง YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงอย่างมากของรายได้กลุ่มคอนโดมิเนียม สำหรับส่วนแบ่งกำไรนั้นทรงตัว YoY เพราะกำไรที่ได้จาก HMPRO จะถูกหักลบจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงใน QH

ส่วนกำไรในเชิง QoQ เราคาดว่ากำไรจะปรับสูงขึ้น 10.5% ด้วยแรงหนุนจากรายได้การขายที่ปรับสูงขึ้น จากยอดขายที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการใหม่ (มัณฑนา บางนา 2 และวีเว่เอกมัย – รามอินทรา) และแคมเปญการตลาด “คอนโดหลุดดาวน์” ที่จัดขึ้นในหลายโครงการของบริษัทฯ นอกจากนี้ เราคาดว่า GPM จะปรับดีขึ้นจากความประหยัดต่อขนาด (economies of scales) ที่ปรับดีขึ้น แม้เราจะคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจะปรับลดลง 6% QoQ จากผลการดำเนินงานที่คาาดว่าจะลดลงของ QH ก็ตาม

**โครงการใหม่-ขายสินทรัพย์หนุนกำไร

โครงการใหม่และการขายสินทรัพย์จะช่วยหนุนกำไรให้สูงขึ้น เราเชื่อว่า LH จะเดินหน้ากระตุ้น ยอดขายกลุ่มแนวราบต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2562 ด้วยปัจจัยดังกล่าวกอปรกับ backlog กลุ่มแนวราบจำนวนมากในช่วงปลายไตรมาส 2/2562 และแผนการด้านกิจกรรมการตลาดจำนวนมากของโครงการคอนโดมิเนียมเดอะ บางกอก สุขุมวิท 55 ที่จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2562 เราจึงเล็งเห็นทิศทางการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมั่นคงของรายได้การขายและกำไรในไตรมาส 3/2562 และ 4/2562

ขณะที่คาดการณ์ถึงการฟื้นตัวด้านกำไรของ QH ก็จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อกำไรในครึ่งหลังของปี 2562 เช่นกัน ทั้งนี้ เราได้รวมกำไรจากการขายแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ สุขุมวิท 55 ที่เราคาดที่ 1.6 พันลบ. (ราคาขาย 3.5 พันลบ. ด้วยมูลค่าทางบัญชี (BV) ที่ 1.5 พันลบ.) ให้กับ LHHOTEL เข้ามาในประมาณการไตรมาส 4/2562 ของเราแล้วซึ่งเห็นได้ชัดว่ารายการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นกำไรไตรมาส 4/2562 และช่วยเพิ่มความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของ LH ได้อย่างมาก

**ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 12 บาท
ฝ่ายวิจัย ปรับเพิ่มคำแนะนำ LH เป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” หลังจากปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 12.00 บาทจาก 11.20 บาท ทั้งนี้ นอกเหนือจากทิศทางกำไรที่สูงขึ้นจากธุรกิจที่อยู่อาศัย การปรับเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้น LH ก็มาจากการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ HMPRO จาก 16.80 บาท เป็น 18.70 บาท แม้ว่าเราเพิ่งปรับลดมูลค่าของ QH ลงจาก 3.60 บาท เป็น 3.50 บาทก็ตาม

เราชอบ LH เพราะมีคุณภาพกำไรดี สืบเนื่องจากพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย ความสำเร็จของโครงการใหม่ และความสามารถในการขายสินทรัพย์ได้ในแต่ละปี ซึ่งหมายความว่า LH มีกันชนที่จะรับมือกับปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ ในตลาด ที่ช่วยให้บริษัทฯ เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (DY) ที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ (SET)

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com