PACEดิ้นฟื้นดีนแอนด์เดลูก้า รุกปูพรมเอเชีย-หยุดขาดทุน

ทันหุ้น PACE เร่งเกมพลิกฟื้น ดีน แอนด์ เดลูก้า” เดินหน้าขยายสาขาในไทย ชูธงยึดหัวหาด จีน – อินเดีย – อินโดนีเซีย -ฮ่องกง – ไต้หวัน ลุยขายแฟรนไชส์ปั้มยอด พร้อมหยุดขาดทุนสาขาอเมริกา วางเป้ารายได้โต 15% 

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE เปิดเผยว่า บริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจดีน แอนด์ เดลูก้า (Dean & Deluca)ในอเมริกาและเอเชียให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการร้านสาขาในประเทศไทย และดำเนินการให้ลิขสิทธิ์แบรนด์ สิทธิแฟรนไชส์ รวมถึงสิทธิขายสินค้าประเทศอื่นๆในเอเชียสามารถสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ขยายสาขาในไทย

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาในไทยเพิ่ม 100 แห่งภายใน 3-5 ปีนี้ จากปัจจุบันมีอยู่ 11 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายแฟรนไชส์ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สมุย เชียงใหม่ และเชียงราย เป็นต้น ส่วนสาขาใหม่ในกรุงเทพฯเตรียมเปิดอีก 3 แห่งเป็นการลงทุนของบริษัท คาดใช้เงินลงทุนราว 30 ล้านบาท ได้แก่ สาขาสินทร หลังสวน ที่จะเป็นสาขารูปแบบแฟล็กชิพ ทดแทนสาขามหานคร คิวบ์ ที่ปิดดำเนินงานเนื่องจากหมดสัญญาเช่า พร้อมกับเปิดสาขาใหม่ที่สามย่านมิตรทาวน์ และสาขาในพื้นที่ของธนาคารพาณิชย์

ปูพรมจีน-อินโด-อินเดีย

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมขยายสาขาในประเทศจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฮ่องกง และไต้หวัน อีกทั้งสนใจลงทุนในประเทศแถบยุโรป เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ และศึกษาทำเลที่ตั้ง ความคุ้มค่าการลงทุนในพื้นที่ที่สนใจ โดยคาดว่าปีหน้าน่าจะมีโอกาสเปิดสาขาแรกในจีนได้

“บริษัทสนใจที่จะขยายเข้าไปในอินโดนีเซีย อินเดีย และไต้หวัน เบื้องต้นอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ ส่วนในจีนที่มีผู้ซื้อแฟรนไชส์ไปแล้ววางแผนเปิดและบริหารจัดการร้านดีน แอนด์ เดลูก้าในจีนคาดว่าน่าจะเห็นในปีหน้า โดยตั้งเป้า 5 ปี ขยายสาขา 500 แห่ง”นายสรพจน์ กล่าว

ปิดสาขา ปิดเสี่ยง

นายสรพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ยังขาดทุนนั้น บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ธุรกิจและการดำเนินงานเพื่อที่จะหยุดขาดทุนในช่วงสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันมีเพียง 4 สาขา ขาดทุนราว 40 ล้านบาทต่อเดือน ผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและตลาดฟู้ดรีเทลมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นหากสามารถลดต้นทุนได้ราว 25% จะส่งผลให้สามารถหยุดขาดทุนได้

โดยสัดส่วนรายได้ของดีน แอนด์ เดลูก้า ในอเมริกา คิดเป็นรายได้ประมาณ 35% และ ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 65% ซึ่งยังคงสร้างยอดขายเติบโตเฉลี่ย 15%ต่อปี ทั้งนี้สัดส่วนรายได้ของบริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เบื้องต้นหากบริษัทสามารถโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น และสัดส่วนรายได้ธุรกิจดีน แอนด์ เดลูก้าอาจจะมีสัดส่วนที่ลดลงได้เช่นกัน

“ด้วยพฤติกรรมการบริโภคของคนอเมริกาเปลี่ยนไป จากการซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเองที่บ้าน เปลี่ยนเป็นซื้ออาหารมาทาน หรือทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น กระทบต่อยอดขายวัตถุดิบปรุงอาหารในร้านดีน แอนด์ เดลูก้า ดังนั้นเราจึงปรับรูปแบบร้านใหม่ ให้ความสำคัญต่อการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายมากขึ้น และปิดสาขาที่ไม่สร้างรายได้ลง โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีสาขา 6 แห่ง ตอนนี้เหลือเพียง 4 แห่ง และมีสำนักงานในอเมริกาเหลือเพียง 1 แห่งเท่านั้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายทุกด้าน ทั้งนี้จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวน่าจะช่วยให้ดีน แอนด์ เดลูก้าในอเมริกาหยุดขาดทุนในปีนี้และกลับมาคุ้มทุนได้”นายสรพจน์ กล่าว