‘BJC’ปูพรมมินิบิ๊กซีCLMV ยอดขายปั้มกำไรพุ่ง-แนะซื้อ

ทันหุ้น – BJC เดินหน้าปูพรม ‘มินิ บิ๊กซี’ ยึดหัวหาด CLMV ขยายฐานผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว หวังปั้มยอดขายกระฉูด โบรกเชื่อกำไรครึ่งหลังเติบโต ทั้งปีแตะ 7.1 พันล้านบาท แนะซื้อ เคาะเป้า 61 บาท

นายรามี บีไรเนน ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังคงเน้นการพัฒนาแบรนด์ Big C มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดสาขารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 8 สาขา เปิดในไทย 7 สาขา และกัมพูชา 1 สาขา คาดว่าจะให้บริการภายในไตรมาส 3/2562 อีกทั้งขยายสาขาร้านบิ๊กซี ฟู้ดส์ เพลส จำนวน 1 สาขา และเปิดมินิ บิ๊กซี 200 สาขา

ขยาย“มินิ บิ๊กซี”

นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ขนมขบเคี้ยว, เครื่องดื่มกาโตะ, ผลไม้ และปาร์ตี้แดรี่ ฯลฯให้มีความหลากหลายและเป็นที่ต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมกับปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ หรือตราสินค้าให้ทันสมัยมากขึ้น

ขณะที่ตลาดต่างประเทศ บริษัทเป็นผู้บริหารจัดการเครือข่ายร้าน  MM Mega Market ในเวียดนามทั้งสิ้น 19 สาขา ขณะที่แบรนด์ร้านสะดวกซื้อ M-Point Mart ในลาว 42 สาขานั้นบริษัทมีแผนเปลี่ยนเป็น “มินิ บิ๊กซี” ทั้งหมดภายในปีนี้ รวมถึงอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อหุ้นหรือซื้อสินทรัพย์ของ M-Point Mart เพิ่ม คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

ย้ำเป้ายอดขายโต

นายรามี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2562 คาดเติบโต 7-9% จากปีก่อนทำได้ 1.72 แสนล้านบาท จากการเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง กลุ่มธุรกิจอุปโภคบริโภค เติบโต 10-12%, บิ๊กซีเติบโต 7-9% จากการขยายสาขาและยอดขายสาขาเดิม (SSSG) กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เติบโต 4-6% และกลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์ เติบโตมากกว่า 10%

ส่วนความคืบหน้าธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุภัณฑ์กระป๋องนั้นยังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนรูปแบบกระป๋องให้กับลูกค้าใหม่ที่เข้ามาทดแทน “คาราบาว” คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในสิ้นปีนี้ ส่วนกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ปัจจุบันมีกำลังผลิต 4,350 ตันต่อวัน แบ่งเป็นในประเทศ 3,400 ตันต่อวัน และต่างประเทศ 950 ตันต่อวัน สัดส่วนยอดขายคิดเป็น 55% ของยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบริษัทเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิตในโรงงานทั้ง 5 แห่ง คือ โรงงานผลิตขวดแก้วในประเทศ 3 แห่ง โรงงานในมาเลเซีย 1 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการตั้งโรงงานผลิตแก้วแห่งใหม่ในต่างประเทศ เบื้องต้นสนใจเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตขวดแก้วในลาว กัมพูชา และเมียนมา กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 250 ตันต่อวัน เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดที่เพิ่มขึ้นหลังจากเริ่มรณรงค์การลดใช้พลาสติกในทั่วโลก

กำไรครึ่งหลังฟื้น-เป้า61บ.

                บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดรัฐบาลเดินหน้าสานต่อนโยบายต่างๆที่เคยหาเสียงไว้ก่อนหน้า และเชื่อว่าจะเร่งออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นโดยเฉพาะการกระตุ้นการบริโภคช่วยหนุนความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนดีขึ้น โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะมี Sector ที่ได้ประโยชน์ และน่าจะ Outperform ตลาดฯได้ดีในช่วงนี้ คือ กลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภค และหุ้นที่ชื่นชอบที่สุด คือ BJC ราคาเหมาะสม 61 บาท เป็น Top Pick ด้วยมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อดังกล่าวข้างต้น และขยายสาขาใหม่ ปีนี้รวม 8 แห่ง จะหนุนยอดขายสาขาเดิม(SSSG) เติบโตสูงขึ้นจากครึ่งแรกของปี62 ที่ 0.5% (สมมติฐาน SSSG ทั้งปีที่ 1.8%) บวกกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่จะมีคำสั่งซื้อกระป๋องจาก SABECO และรายอื่นๆ ราว 400 ล้านกระป๋อง ในปีนี้ ทำให้เชื่อว่ากำไรตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะพลิกกลับมาเติบโตดี ฝ่ายวิจัยยังคงคาดกำไรทั้งปี 2562 เติบโต 7.1% เท่ากับ 7.1 พันล้านบาท ขณะที่ภาพระยะยาวยังมั่นคง พร้อมต่อยอดธุรกิจใน CLMV ในส่วนราคาหุ้นปัจุบันมี Upside  22% จากมูลค่าพื้นฐานที่ 61 บาท และยัง Laggard กลุ่มฯ