SAMTELกำไรจ่อโต116% ลุ้นคว้างานสูงกว่า8พันล.

ทันหุ้น—SAMTEL ผลงานโตต่อเนื่อง โบรกส่องกำไรไตรมาส 2/62 โตกว่า 116% แตะ 148 ล้านบาท ทยอยส่งมอบงานต่อเนื่อง ขณะกำไรขั้นต้นเพิ่มสูง ลุ้นเซ็นงานใหม่ครึ่งปีหลังกว่า 8 พันล้านบาท ดันอัพไซด์เพิ่มต่อนื่อง ประเมินแนวต้านที่ 12.60 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุถึง SAMTEL ว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2562 เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท  เติบโต 116% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงเล็กน้อยราว 1% จากไตรมาสก่อนหน้า  หากหักค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานสุทธิภาษีราว 8 ล้านบาท แต่หากประเมินจากธุรกิจปกติคาดว่าจะมีกำไรเติบโต 128% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโต 4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยบวกรายได้เติบโตต่อเนื่องจากการส่งมอบงานตาม Backlog และรับรู้รายได้งานใหม่บางส่วนที่เซ็นต้นไตรมาส 2/2562  (งาน ERP เฟส 2) ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) มีแนวโน้มดีขึ้นจาก 12.5% ในไตรมาส 2/2561 และ 16.2% ในไตรมาส 1/2562

*ลุ้นเซ็นงานใหม่ต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้คงคำแนะนำซื้อมองว่าแม้ SAMTEL เริ่มมีอัพไซด์จำกัด แต่ SAMTEL ยังมีปัจจัยบวก ได้แก่ มีโอกาสได้งานใหม่ในครึ่งปีหลัง 2562 คาดว่าทั้งปีบริษัทมีโอกาสเซ็นงานใหม่เป็นมูลค่ารวมสูงกว่าสมมติฐานที่ 8 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

ทั้งนี้ประเมินกรณีบริษัทได้เซ็นงานใหม่เพิ่มทุก 500 ล้านบาท จากสมมติฐานปัจจุบัน  และรับรู้รายได้ 20% จากงานเซ็นใหม่ จะส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นราว 2% จากประมาณการปัจจุบัน รวมทั้งมีราคาเป้าหมายส่วนเพิ่ม 0.19 บาทต่อหุ้น และประมาณการกำไรปี 2562มีโอกาสเกิดอัพไซด์จากเซ็นงานใหม่มากกว่าสมมติฐาน  ประเมินสัญญาณเทคนิคมีแนวต้านที่ 12 บาท หากราคาหุ้นปรับตัวผ่านแนวต้านได้ มีแนวต้านถัดไปที่ 12.60 บาท และ 13.30 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 11.60 บาท

*ปักธงรายได้แตะหมื่นลบ.

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้าในการเข้าร่วมประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนงานในมือในเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทคาดว่าปีนี้รายได้จะทำได้ตามเป้า 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 7.7 พันล้านบาท โดยไตรมาส 1/2562 บริษัทมีรายได้แล้วกว่า 2.10 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 150 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้ปีนี้จะมาจาก 3 ส่วนได้แก่ สายธุรกิจโครงสร้างเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม, สายธุรกิจเทคโนโลยีประยุกต์ด้าน ICT และสายธุรกิจแอปพลิเคชั่น

อย่างไรก็ดีทุกธุรกิจยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายธุรกิจ ICT ยังคงมีแนวโน้ม เติบโตอย่างชัดเจน จากนโยบายของรัฐในการพัฒนาประเทศรองรับยุคดิจิทัล โดยคาดว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาล จะเห็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับเทคโนโลยีการสื่อสาร คมนาคม และอื่นๆ

โดยบริษัทจึงมีเป้าหมายในการมุ่งเน้นในการเพิ่มรายได้จากรายได้ประจําจากทั้งลูกค้าภาครัฐ เอกชน และบุคคลที่เป็นผู้ใช้บริการโดย 1. ดําเนินการปรับเปลี$ยน (Transformation) ที่มุ่งเป็นผู้นําการให้บริการในลักษณะ ICTOutsourcing & Service Provider 2. ผลักดันสรรสร้างนวัตกรรม (Innovation) พร้อมคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มสินค้าและบริการทั5ง 3 กลุ่มที$ครบวงจรของบริษัท ครอบคลุมเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ทันสมัยรอบด้าน