“อุตตม”ดึงตลาดหลักทรัพย์mai ร่วมยกระดับSMEsไทยแข็งแกร่ง

ทันหุ้น – “อุตตม สาวนายน”รมว.คลัง ดึงตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ สมาคมบริษัทจดทะเบียน maiA ธนาคารพาณิชย์ ยกระดับ SMEs ไทยเติบโต ควบคู่เชื่อมโยงแหล่งเงินทุน สร้างกลไกทางการเงินสมบูรณ์แบบ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ตลาดทุนไทยกับการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย(SMEs)ให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ในงาน mai FORUM 2019 : มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 6 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) ว่า ผู้ประกอบการ SMEs มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง สามารถยืนหยัดในเวทีโลกได้ เนื่องจากผู้ประกอบการ SMEs มีเป็นจำนวนมากและกระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นกลไกเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด รัฐบาลจึงตระหนักดีว่าหากพัฒนา SMEs ให้เข้มแข็งได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

ผลักดันเอสเอ็มอีไทย

“การดูแลเศรษฐกิจไทยต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจในท้องถิ่นหรือที่เรียกว่ากลุ่ม Micro SMEs ถือเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคใหม่เข้มแข็ง เมื่อผู้ประกอบการระดับฐานรากเข้มแข็งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งตั้งแต่ภายในและการมีฐานรากที่เข้มแข็งทำให้ไทยมีภูมิคุ้มกันเวลาเศรษฐกิจโลกมีปัญหา”นายอุตตมกล่าว

นายอุตตม กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดหักเหสำคัญ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้ง เศรษฐกิจ, การค้าขาย, สังคม ฯลฯ ที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ใหญ่ว่าไทยพร้อมไหมที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อให้ก้าวทันโลก ผู้ประกอบการ SMEs ไทยนำเทคโนโลยีมาเป็นองค์ประกอบกในการสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจของตนหรือไม่ จุดนี้ถือเป็นความท้าทายว่าไทยจะก้าวตามทันประเทศอื่นหรือไม่ ถ้าตามไม่ทันสุ่มเสี่ยงที่จะตกรถไฟ แต่เชื่อว่าถ้าทุกคนร่วมมือกัน ไทยจะสามารถตามทันได้

ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศเข้มแข็ง ซึ่งความเข้มแข็งต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน เริ่มจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ต้องเข้มแข็ง เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันเพียงพอที่จะดูแลตนเองไม่ให้รับผลกระทบจากภายนอกประเทศ เพราะขณะนี้ปัญหาของเศรษฐกิจโลกทำให้ภาคการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจมีปัญหา ดังนั้นเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ต้องใช้เศรษฐกิจในประเทศในการขับเคลื่อน

เชื่อมโยงแหล่งทุน

นายอุตตม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทันทีที่เข้าทำงานในกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ จะเชิญภาคเอกชน ผู้ประกอบการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ mai, ธนาคารพาณิชย์ เข้าร่วมหารือเรื่องการทำงานยกระดับฐานรากในแนวทางที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น นอกจากนี้ อยากเห็นการสนับสนุนด้านเงินทุนให้กลุ่ม SMEs และสนับสนุนกลุ่มสตาร์ตอัพ เช่น การจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน และกองทุนส่วนบุคคลที่จะเข้าไปสนับสนุนด้านเงินทุน

“การพัฒนา SMEs ถูกพูดถึงกว่า 10 ปี แต่ที่ผ่านมายังไม่สำเร็จ เพราะการทำงานยังไม่ครบสมบูรณ์ ยังไม่เชื่อมต่อกัน ดังนั้นอยากเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยภาครัฐ การที่จะช่วยคนล้มให้ลุกได้ผมอยากให้เอกชนที่เข้มแข็งเข้าไปช่วยดูแลให้คำแนะนำ ในส่วนของภาครัฐก็จะให้การสนับสนุนทุกด้าน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน กลไกทางการเงินกองทุนต่างๆ เพื่อสนับสนุนด้านการเงินให้กลุ่ม SMEs สตาร์ตอัพ ต้องเชื่อมต่อกับตลาดหลักทรัพย์ อยากให้มีการสนับสนุนอย่างจริงจัง และดูว่าทำอย่างไรให้กองทุนเกิดขึ้นได้เหมือนสิงคโปร์หรือมาเลเซีย และสมาร์ทเอสเอ็มอีเกษตรที่กำลังเกิด สตาร์ตอัพเกษตรต้องได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล”นายอุตตม กล่าว

ปูทางสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai

อย่างไรก็ดี รัฐบาลชุดนี้กำลังหมดหน้าที่โดยตลอดระยะเวลาของการทำงานได้วางพื้นฐานระบบการเงิน เทคโนโลยีการเงินไว้พอสมควร อาทิ ระบบอีเพย์เมนต์ หรือระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์, ระบบพร้อมเพย์ ฯลฯ วัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อให้ SMEs ได้ประโยชน์จากการลดต้นทุนทางการเงิน และสถาบันการเงินได้ประโยชน์จากอีเพย์เมนต์ เมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาก็จะสานต่อ และต่อยอดจากสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นความสามารถด้านแข่งขัน เพราะอีเพย์เมนต์นำไปสู่สิ่งอื่นๆได้อีกมาก ซึ่งรัฐบาลใหม่เตรียมไว้แล้วและจะทยอยออกมาให้เห็น

“วันนี้ถือเป็นความท้าท้าย ด้วยเศรษฐกิจนอกประเทศกำลังปั่นป่วน แต่อย่ากังวลจนทำให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจเพราะรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีมาตรการออกมาดูแล หน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ ต้องทำงานด้วยกันมีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวในการปรับเปลี่ยนประเทศไทย ยกระดับเศรษฐกิจไทยให้สามารถเข้มแข็ง และสร้างผลประโยชน์ให้ตกกับคนไทยอย่างทั่วถึง เพื่อทำให้ไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และฝากให้ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ฯใช้พลังและสมองในการช่วยเหลือSMEs รวมทั้งฝากให้ตลาด mai รักษามาตรฐาน เพราะเป็นเวทีสำคัญทำให้สาธารณชนรู้ว่า SMEs มีดีอย่างไร มาตรฐาน mai ยังเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุน”นายอุตตม กล่าว