ความน่าสนใจในเชิง Yield gap

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจากทิศทางอัตราดอกเบี้ย Bond yield 10 ปีของไทยปรับตัวลดลงมาที่ 1.99% ต่ำกว่าของสหรัฐฯที่ 2.12% โดยเรามองว่ามีสาเหตุหลักมาจาก  1) แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของไทยที่ต่ำกว่าสหรัฐฯ 2) ช่องว่างที่จะลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯมีมากกว่า  3) Supply พันธบัตรของไทยลดลงจากผลของงบประมาณที่ล่าช้า 3 เดือน และ 4) แรงซื้อของนักลงทุนในประเทศก่อนที่จะโดนเก็บภาษีดอกเบี้ย 15% ในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดัน Bond yield ของไทย ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยหนุนให้มีเงินไหลจากตลาดพันธบัตรเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจากความน่าสนใจในเชิง Yield gap (4%) ส่วนความกังวลจากมาตรการควบคุมค่าเงินบาทของธปท.มองว่าจะกระทบตลาดหุ้นจำกัด ขณะที่ความเป็นไปได้ในการที่กนง.จะมีการปรับลดดอกเบี้ยยังมีสูง โดยต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอินโดนีเซีย(18 ก.ค.) หากมีการปรับลดดอกเบี้ยจะเป็นแรงกดดันให้ กนง.ต้องพิจรณาลดดอกเบี้ย สุดท้ายต้องติดตามการพบปะกันของผู้แทนระดับสูง(สหรัฐฯ-จีน) หลังทรัมป์ทวีตไม่พอใจที่จีนไม่ได้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นตามที่ได้เจรจากันไว้ที่การประชุม G20 ซึ่งประเด็นดังกล่าวสร้างความกดดันต่อบรรยากาศการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน อย่างไรก็ดีมองว่าท้ายที่สุดจีนน่าจะมีการนำเข้าสินค้าเกษตรตามที่ตกลงกันไว้

KS research คัดกรองหุ้นที่คาดว่ากำไร 2Q19 ออกมาดีจะสามารถ OUTPERFORM ตลาดได้ เช่น AMATA, CPALL, BGRIM, EGCO, GULF, GUNKUL, MINT, BTS, PRM, MTC, KTC, SAWAD, MEGA, HMPRO, GLOBAL, CBG, COM7 เป็นต้น

กลยุทธ์การลงทุน การอ่อนตัวเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มต่อไปนี้

1) กลุ่มหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL GLOBAL CPF CPN

2) กลุ่มหุ้นที่อิงกับโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค AMATA FPT STEC CK BGRIM DTAC BTS

3) กลุ่มปันผลสูง ได้ประโยชน์จากเทรนดอกเบี้ยขาลง และมีเงินไหลเข้าจากกองทุนตราสารหนี้หลังโดนเก็บภาษี 15% ได้แก่ JASIF TFFIF AP QH ADVANC INTUCH SCB TISCO BGC

4) กลุ่ม Laggard play ROBINS BJC CENTEL TRUE ORI

5) กลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว PTT RJH SYNEX AOT GUNKUL PRM MINT TOP

6) Pair trade strategy แนะนำ Long BTS/Short BEM (ตลาด priced in การต่อสัมปทานทางด่วนของ BEM แล้วขณะที่ BTS จะได้ต่อสัมปทานสีเขียว), Long STEC/Short CK (STEC งบดุลแข็งแกร่งพร้อมประมูลงานใหม่)

ประเด็นเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ วันจันทร์ติดตาม GDP Q2 ของจีนตลาดคาด 6.2% YoY  วันพุธยูโรโซนจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) (มิ.ย.) ตลาดมองไว้ที่ 1.2% YoY  ติดตามตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯประจำสัปดาห์ ตลาดคาดลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล